จากผลการสำรวจขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งรวบรวมข้อมูลจาก 129 ประเทศและดินแดนระหว่างเดือน พ.ย.-ธ.ค.2564 ซึ่งเป็นช่วงที่โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนแพร่ระบาดรวดเร็ว พบว่า ระบบสาธารณสุขในระดับภูมิภาคและประเทศที่มีระดับรายได้แตกต่างกัน ยังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโควิด-19 โดยแทบไม่มีความคืบหน้าจากช่วงต้นปี 2564
ผลการสำรวจที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ ระบุว่า การบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน การรักษาโรคหลายชนิด หรือ แม้แต่การฉีดวัคซีนทั่วไป ยังคงสะดุดหยุดชะงัก โดย 36% ของประเทศที่ถูกสำรวจมีปัญหาการให้บริการรถพยาบาลฉุกเฉิน และ 32% มีปัญหาเรื่องบริการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน 24 ชม. และอีก 23% มีปัญหาด้านการผ่าตัดฉุกเฉินนอกจากนี้ 59% ของประเทศที่สำรวจ ประสบปัญหาการผ่าตัดแบบไม่เร่งด่วนหยุดชะงัก
ยิ่งกว่านั้น 92% ของประเทศที่ถูกสำรวจ ประสบปัญหาคอขวดระดับวิกฤตในการเข้าถึงเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้กับโควิด-19 รวมถึง การตรวจวินิจฉัยโรค การรักษา วัคซีน และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
แต่ผลสำรวจ พบว่า เกือบครึ่งหนึ่งของประเทศที่ถูกสำรวจ ได้พัฒนาแผนการฟื้นฟูระบบสาธารณสุขเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินทางสาธารณสุขในอนาคต
ผลสำรวจครั้งนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อจัดการกับความท้าทายสำคัญของระบบสาธารณสุข ฟื้นฟูการให้บริการ และบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19