แต่ปัจจุบัน จูแอ กำลังเข้าสู่กระบวนการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นทางการ หลังจากปรากฏตัวครั้งแรกในพิธีทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีปเมื่อปี 2565 และ NIS ได้แถลงเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า สถานะภายในของจูแอได้รับการอัปเกรดจาก "อยู่ระหว่างฝึกฝน" เป็น "ทายาทที่ได้รับการแต่งตั้งภายใน"
เมื่อต้นปี สื่อเกาหลีเหนือ เผยแพร่ภาพจูแอยิงปืนไซเปอร์ไรเฟิล (สไนเปอร์) ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ระดับสูง ต่อมาวันที่ 19 มีนาคม เธอถูกถ่ายภาพขณะบังคับรถถังระหว่างการซ้อมรบ เธอยังปรากฏตัวในงานสำคัญทุกครั้ง โดยสวมเสื้อหนังดำมันคู่กับพ่อ รับการแสดงความเคารพจากนายพลระดับสูง และเปลี่ยนจากการเดินตามหลังพ่อเป็นยืนเคียงข้าง ในฐานะผู้นำอันดับ 2 โดยพฤตินัย
🔵 [สังขารร่วงโรย: นาฬิกาชีวิตที่นับถอยหลัง]
ปัจจุบัน คิมอายุ 42 ปี น้ำหนักตัวประมาณ 140 กิโลกรัม และมีโรคประจำตัว ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน นอนไม่หลับเรื้อรัง สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์หนัก NIS ยืนยันปี 2566 ว่า เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือ ต้องออกไปหายาบำบัดทดแทนจากต่างประเทศ เพราะยาที่มีในประเทศรักษาไม่ได้อีกต่อไป
ข้อมูลระบุว่า ร่างกายของคิมอยู่ในสภาพที่ทำให้ "อีก 30 ปี" ไม่ใช่สิ่งที่การแพทย์รับประกันได้ เขาจึงต้อง "เร่งสร้างทายาท" เร็วกว่าสมัยของพ่อและปู่ และนั่นคือสัญญาณที่บอกว่า เขารู้ตัวดีว่าเหลือเวลาอีกไม่มากเท่าที่ควรแล้ว เมื่อเทียบกับประวัติอาการป่วยที่อาจสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
- คิม อิลซุง (ปู่) : เสียชีวิตด้วยหัวใจล้มเหลว ขณะอายุ 82 ปี
- คิม จองอิล (พ่อ) : เสียชีวิตด้วยหัวใจล้มเหลว ขณะอายุ 69 ปี
นี่คือตัวเลขที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า คิม จองอึน อาจมีเวลาไม่ถึง 30 ปี และถ้าเขาวางมือตอนอายุ 70 กว่า แปลว่าจะมีเวลาเตรียมตัวทายาทแค่ 25-30 ปีเท่านั้น
🔵 [บททดสอบหนักอึ้งบนเส้นทาง "ผู้นำหญิง"]
เส้นทางผู้นำหญิงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เกาหลีเหนือใช้โครงสร้างอำนาจและค่านิยมแบบ "นีโอขงจื้อ" (Neo-Confucianism) หรือ โครงสร้างปิตาธิปไตย ซึ่งสืบทอดทางจิตวิญญาณและโครงสร้างของราชวงศ์โชซอน ความชอบธรรมผูกติดกับต้นแบบ "นักรบ-กษัตริย์"
ตลอด 80 ปีที่ผ่านมา อำนาจถ่ายโอนจากพ่อสู่ลูกล้วนเป็น "ผู้ชาย" ไม่เคยเป็นผู้หญิง ระหว่างปี 2488-2543 มีผู้หญิงเพียง 6 คนจาก 260 คน ในคณะรัฐมนตรี และสัดส่วนผู้หญิงในสภานิติบัญญัติปัจจุบันอยู่ที่เพียง 18%
🔵 [อำนาจเหนือการควบคุมของ "คิม โยจอง"]
ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า "คิม โยจอง" น้องสาวของคิม คือผู้ทรงอิทธิพลอันดับ 2 รองจากเขา เธอเป็นอาแท้ๆ ของจูแอ และถูกมองว่ามีความเด็ดเดี่ยว กล้าพูดกล้าทำ ตอบโต้ตะวันตกกับพันธมิตรชนิด "แรงมาแรงกลับ" ซึ่งจูแอยังจะต้องผ่านการขัดเกลาอย่างมาก กว่าจะแกร่งได้ขนาดนี้
ความแข็งแกร่ง และสถานะทาง "ชนชั้น" ทั้งทางการเมืองและความมั่นคงของชาติ ได้สร้างความหวาดหวั่นว่า เธอจะแย่ง "บัลลังก์" ของหลานสาวหรือไม่ อาจมีจังหวะเวลาที่เอื้อให้เธอยึดอำนาจ แทนการถ่ายโอนอำนาจอย่างราบรื่นไปสู่จูแอก็เป็นได้
🔵 [บทสรุป: เกาหลีเหนือจะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์?]
เป็นไปได้หรือไม่ว่า การเลื่อน "จูแอ" ขึ้นมา อาจเป็นกลยุทธ์ในการปกป้องลูกชายตัวจริงจากสายตาโลก และเธอคือ "ตัวหลอก"
แต่ถ้าเขาไม่มีตัวตนอยู่จริง ก็หมายถึงว่าในอนาคต ประเทศที่โดดเดี่ยวตัวเองและมีนิวเคลียร์แห่งนี้ อาจจะต้องปรับตัวอย่างหนัก ที่รวมถึงกองทัพต้องถูกปรับโครงสร้างให้ยอมรับผู้นำหญิง ไม่ว่าจะเป็นจูแอ หรือ โยจอง ก็ตาม และเกาหลีเหนือจะกลายเป็นประเทศที่มีการสืบทอดรุ่นที่ 4 ที่เป็น "ผู้หญิง" เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ที่สืบทอดมายาวนานถึง 80 ปี!