เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : ถึงเวลา “ติดกล้อง” ห้องนักบิน! ไขปริศนา-สยบทฤษฎีสมคบคิด

04 ต.ค. 2569 | กิตติดิษฐ์ ธนดิษฐ์สุวรรณ

OPINION : ถึงเวลา “ติดกล้อง” ห้องนักบิน! ไขปริศนา-สยบทฤษฎีสมคบคิด

ผมเชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นคลิปเหตุการณ์บนเครื่องบินสายการบินฟลายดูไบ เที่ยวบินที่ FZ 1073 กันไปแล้ว ซึ่งผู้ช่วยนักบินได้ทำร้ายกัปตันและพยายามทำให้เครื่องบินที่มาพร้อมกับผู้โดยสารชาวอิสราเอลกว่า 170 คน ประสบเหตุตกเหนือน่านฟ้าซาอุดีอาระเบีย แต่ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นเมื่อนักบินสำรองและผู้โดยสารได้ช่วยกันควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ ช่วยชีวิตกัปตันที่หมดสติ และนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินได้สำเร็จ

แต่เหตุการณ์ที่ถูกมองว่าเป็นเหตุวินาศกรรมชัดเจน มีคำให้สัมภาษณ์ และคลิปวีดีโอของผู้โดยสารจำนวนมากเผยแพร่ในโลกออนไลน์ แต่กลับมีคนบางกลุ่มที่ยังคงเชื่อว่านี่คือแผน “โฆษณาชวนเชื่อ” ของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู เพื่อสร้างคะแนนเสียงให้กับตัวเองก่อนการเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ เพราะตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐานชัดๆ คนกลุ่มนี้ก็คงไม่มีทางเปลี่ยนความเชื่อง่ายๆ

.  

อย่างไรก็ตาม กล่องดำของเครื่องบินสามารถบันทึกได้แค่เสียงภายในห้องนักบินและค่าทางเทคนิคของเครื่องบินเท่านั้น ไม่ได้มีภาพเคลื่อนไหวหรือคลิปกล้องวงจรปิดในห้องนักบินแต่อย่างใด จนจุดประกายคำถามนี้ขึ้นมาอีกครั้งว่า ถึงเวลาหรือยังที่ต้องติดตั้งกล้องภายในห้องนักบิน

. 

🔵[เมื่อนักบินอันตรายกว่าผู้โดยสาร]

นับตั้งแต่เหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน 2544 การบินของโลกก็เปลี่ยนไป ผู้โดยสารต้องเผื่อเวลาเดินทางหลายชั่วโมงเพื่อผ่านการตรวจความปลอดภัยของร่างกายและสัมภาระอย่างเข้มงวด แต่กลายเป็นว่าคนที่อันตรายที่สุดในหลายๆ ครั้งกลับไม่ใช่ผู้โดยสาร แต่เป็นนักบินหรือลูกเรือเสียเอง และเมื่อเทียบกับผู้โดยสารแล้ว คนกลุ่มนี้มีโอกาสและช่องโหว่ในการหลบเลี่ยงการตรวจสอบมากกว่า จนทำให้เราเห็นข่าวตั้งแต่การลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ขนยาเสพติด ไปจนถึงการก่อเหตุอันตรายบนเครื่องบิน

สำหรับเที่ยวบินของสายการบินฟลายดูไบที่เกิดเหตุ กลายเป็นว่าผู้ช่วยนักบินชาวโอมานไม่ได้พกพาอาวุธขึ้นเครื่องแต่อย่างใด แต่เขาใช้สิ่งที่มีประจำอยู่ในห้องนักบินอยู่แล้ว นั่นคือ “ขวาน” ที่มีไว้ใช้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินในการทำร้ายกัปตันชาวอินเดีย ดังนั้น สิ่งที่อันตรายที่สุดจึงอยู่ที่ “สภาพจิตใจ” ของผู้ก่อเหตุมากกว่า เพราะเราไม่อาจคาดเดาจากรูปลักษณ์ภายนอกได้เลยว่า คนคนหนึ่งกำลังคิดอะไรอยู่

.

🔵[ประวัติหัวรุนแรงสุดโต่ง]

ตอนนี้เสียงวิพากษ์วิจารณ์จึงไปตกอยู่กับระบบการตรวจสอบประวัติของสายการบินฟลายดูไบ ว่าทำไมจึงหละหลวมได้ขนาดนี้ ตั้งแต่การใช้นักบินชาวโอมานในเที่ยวบินไปอิสราเอล ทั้งที่มีข้อบังคับว่าห้ามนักบินจากประเทศที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลบินเข้ามาได้ แม้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะมีความสัมพันธ์กับอิสราเอลอย่างเป็นทางการแล้วก็ตาม ไปจนถึงพฤติกรรมในอดีตของตัวนักบินที่ขนาดคนทั่วไปยังสามารถค้นไปเจอแนวคิดหัวรุนแรงของเขาได้

. 

รายงานข่าวของหลายสำนักระบุตรงกันว่า “ฮามัม อัล-ฮัมมามี” เคยทำงานสายการบินของประเทศโอมานมานานถึง 7 ปี โดยระหว่างนั้นเขาถูกปรับย้ายตำแหน่งเนื่องจากพบประวัติแนวคิดหัวรุนแรง หลังจากนั้นเขาจึงย้ายไปร่วมงานกับสายการบินแห่งชาติของโมร็อกโก จนกระทั่งมาทำงานกับฟลายดูไบได้เพียงประมาณ 8 เดือนเท่านั้น

ที่สำคัญหลังเกิดเหตุวุ่นวายได้ 9 ชั่วโมง บัญชีโซเชียลมีเดียของเขาก็ได้โพสต์คลิปและภาพที่เกี่ยวข้องกับศาสนสถานสำคัญของชาวมุสลิม อิสราเอล และอดีตผู้นำกลุ่มก่อการร้าย แถมยังโพสต์บทกวีเกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีและการไม่หวาดกลัวต่อความตายด้วย นอกจากนี้ในบัญชีทวิตเตอร์ของเขาในช่วง 5 ปีที่ผ่านมายังพบว่าในบรรดาโพสต์กว่า 3,000 ข้อความ อัล-ฮัมมามีได้มีแนวคิดที่สุดโต่งชัดเจนและมีพฤติกรรมเกลียดชังเพศหญิง จึงไม่น่าแปลกใจที่ตอนนี้ทางประเทศยูเออีในฐานะเจ้าของคดีได้เปิดการสอบสวนในฐานะ “คดีก่อการร้าย”

. 

🔵[คดีปริศนาเพราะไม่มี “วีดีโอ”]

เสียงเรียกร้องให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในห้องนักบินมีมานานเกือบ 30 ปีแล้ว นับตั้งแต่เหตุการณ์ในปี 2542 ของสายการบินอียิปต์แอร์ เที่ยวบินที่ MS 990 ซึ่งตกลงในมหาสมุทรแอตแลนติก นอกชายฝั่งรัฐแมสซาชูเซตส์ ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือ 217 คนเสียชีวิตทั้งหมด โดยข้อมูลจากกล่องดำพบว่า ระบบควบคุมการบินอัตโนมัติถูกปิด คันเร่งถูกลดลง และสวิตช์เชื้อเพลิงทั้งสองถูกเลื่อนไปยังตำแหน่งตัดการจ่ายเชื้อเพลิง จึงทำให้ตัวนักบินตกเป็นผู้ต้องสงสัย

.

เช่นเดียวกันกับเหตุโศกนาฎกรรมเมื่อปีที่แล้วที่เครื่องบินของสายการบินแอร์อินเดียตกหลังเทคออฟได้ไม่กี่นาที จนมีผู้เสียชีวิตถึง 260 ราย ข้อมูลจากกล่องดำของเหตุการณ์นี้ก็พบเช่นกันว่า สวิตช์ควบคุมเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ถูกเลื่อนไปเป็นตำแหน่งตัดการจ่ายเชื้อเพลิง ขณะที่ข้อมูลเสียงภายในห้องนักบินยังได้ยินนักบินคนหนึ่งถามไปยังอีกคนว่า เป็นคนสับสวิตช์หรือไม่ ซึ่งนักบินอีกคนได้ปฏิเสธ

. 

🔵[นักบินค้านติดตั้งกล้อง] 

ถึงแม้จะมีเหตุการณ์หลายต่อหลายครั้งที่ทำให้เราเห็นถึงความจำเป็นของการติดตั้งกล้อง แต่กลุ่มสหภาพนักบินกลับมองต่างออกไป พวกเขากังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว และจะเป็นการสร้างความเครียดในที่ทำงานโดยไม่จำเป็น เพราะพวกเขาจะต้องถูกบังคับให้ทำงานภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวดตลอดเวลา ซึ่งบางเที่ยวบินใช้เวลานานกว่า 10 ชั่วโมง

. 

นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่ข้อมูลจะถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม โดยอาจรั่วไหลไปสู่สาธารณะ ถูกส่งต่อให้สื่อ หรือแชร์ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ จนทำให้ภาพดังกล่าวอาจถูกนำไปใช้ในทางที่เกินจริงและถูกนำไปใช้กล่าวโทษนักบินในลักษณะของการเป็นแพะรับบาปได้ ยังไม่รวมถึงการใช้เอไอที่ก่อนหน้านี้ได้มีกรณีการนำเอไอมาใช้สร้างเสียงในห้องนักบินขึ้นใหม่และถูกเผยแพร่ระหว่างการสอบสวนเหตุการณ์เครื่องบินขนส่งตกในสหรัฐฯ เมื่อปลายปี 2568 ด้วยเหตุนี้ การผลักดันโดยคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NTSB จึงยังไม่ได้รับการตอบสนองมาจนถึงปัจจุบัน

. 

ในทุกๆ เรื่องเหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับการชั่งน้ำหนักว่าระหว่างความปลอดภัยของผู้โดยสารกับความเป็นส่วนตัวของนักบิน อะไรที่สำคัญกว่ากัน หรือเป็นไปได้หรือไม่ที่จะ “พบกันครึ่งทาง” ในการมีกล้องบันทึกภาพระหว่างทำการบิน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีมาตรการเข้มงวดในการรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับบุคลากร เพื่อที่ในอนาคตจะได้ไม่มีข้อกังขาเกิดขึ้นอีก เพราะที่ผ่านมาหลายต่อหลายครั้งเวลาที่มีปริศนาหรือทฤษฎีสมคบคิดเกิดขึ้น สุดท้ายก็หนีไม่พ้นที่หลายคนจะกล่าวโทษไปยังนักบินอยู่ดีครับ

ข่าวล่าสุด