นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยในงานแถลงข่าว มาตรการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาด้านการประกันภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ว่า สำนักงาน คปภ. ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย และสมาคมประกันชีวิตไทย ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มีความพร้อมช่วยเหลือด้านการประกันภัยกับผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในครั้งนี้
ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยทุกแห่ง ได้เปิดศูนย์บริการความช่วยเหลือ 24 ชม. และการบริการผ่านระบบโซเชียลมีเดียด้วย พร้อมกับได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบสำรวจภัย ประเมินความเสียหายในพื้นที่ต่างๆ ทั้งกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้
ขอให้มั่นใจว่า ผู้เอาประภัยจะได้รับความคุ้มครอง ตามเงื่อนไขที่ทำกับบริษัทประกันภัย ด้วยแนวปฏิบัติสำหรับดำเนินการเรียกร้องค่าสินไหมอย่างรวดเร็วและจ่ายสินไหมในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด
ส่วนกรณี ความเสียหายของอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและถล่มลงมาจากแผ่นดินไหวนั้น โดย มี 4 บริษัทประกันภัย ร่วมรับประกันภัยตามสัดส่วน ได้แก่ บมจ. ทิพยประกันภัย 40% บมจ.กรุงเทพประกันภัย 25% บมจ.อินทรประกันภัย 25% และ บมจ.วิริยะประกันภัย 10% กรมธรรม์ประกันภัยการปฏิบัติงานตามสัญญาการก่อสร้าง (Contractor All Risk-CAR)มี Total Sum Insure 100% มูลค่า 2,136 ล้านบาท
สำนักงานคปภ.และ 4 บริษัทประกันที่ร่วมรับประกัน ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของตึก สตง.ที่เกิดขึ้นจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญทุกภาคส่วน เพื่อประเมินความเสียหายและเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัยแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อไป
ขอยืนยันว่า ความเสียหายนี้ จะไม่กระทบความมั่นคงของ 4 บริษัทประกันที่ร่วมรับประกัน เนื่องจากบริษัทประกันทั้งหมด ได้มีการบริหารความเสี่ยง ทั้งการประกันภัยต่อต่างประเทศ และมีความคุ้มครองของที่เป็นความรับผิดชอบส่วนแรก (Deductible) โดยผู้เอาประกันรับผิดชอบเองสัดส่วน 20%
นายสมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า สำหรับประเด็น ความเสียหายของอาคาร สตง.ที่สังคมให้ความสนใจ ทำให้อยู่ในข้อยกเว้นความคุ้มครองนั้น ยืนยันว่า บริษัทประกันต้องรอข้อเท็จจริง จากผู้เชี่ยวชาญทางวิศวกรรม สถาปนิกและหน่วยงานภาครัฐ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งสาเหตุและความเสียหายแท้จริงทั้งหมดก่อน เช่นเดียวกับ กรณีพบการขนเอกสารออกจากพื้นที่นั้น ยังไม่แน่ใจว่า เป็นการกระทำเผื่อการใด หรือเกี่ยวข้องกับการเคลมสินไหมหรือไม่ประการใด
แต่หากการก่อสร้างอาคาร สตง.แห่งใหม่ ไม่มีปัญหาเรื่องการทุจริตเกิดขึ้น บริษัทประกันจะพิจารณาความเสียหายตามตามมูลค่าการก่อสร้างแท้จริง ณ วันเกิดเหตุ ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วมีความคืบหน้าเท่าไหร่ เช่น ก่อสร้างคืบหน้าแล้ว 50% คิดเป็นมูลเท่าไหร่ของมูลค่าการก่อสร้างทั้งหมด และหักความเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันรับผิดชอบ 20% จะเป็นมูลค่าความเสียหายแท้จริง ซึ่งบริษัทประกันจะจ่ายสินไหมตามสัดส่วนที่รับประกันเอาไว้
"ขณะนี้ทีมสำรวจภัยของบริษัทประกันทั้ง 4 แห่ง และคปภ.กำลังอยู่ระหว่างเข้าไปตรวจสอบเบื้องต้น พร้อมกับรวบรวมสาเหตุความเสียหายและสูญเสียแท้จริงก่อน โดยการตรวจสอบประเด็นที่ดังกล่าว สำหรับภาพรวมในลักษณะการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ เมื่อประเมินความเสียหาย พิสูจน์มูลค่าโครงการการก่อสร้างไป ถึง ณ จุดเกิดเหตุถึงขนาดไหนแล้ว ผู้เอาประกันภัยต้องมีเอกสารประกอบพิสูจน์ทราบ เพื่อเคลมสินไหมประกันภัย และบริษัทประกันต้องชดใช้ภายใน 15 วันนับจากวันที่ตกลงกันได้"
ทั้งนี้ขึ้นกับระยะเวลาทำการสำรวจภัย เจ้าของโครงการและข้อกฎหมาย ซึ่งหน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากมีการเสียชีวิต ภาครัฐดำเนินการก่อนและใช้เอกสารทางราชการ ในการเรียกร้องค่าสินไหมกับบริษัทประกันต่อไป
สำหรับกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย สำหรับที่พักอาศัย ปัจจุบันมีจำนวนกรมธรรม์ประกันภัย รวมทั้งประเทศ 5,379,398 ฉบับ แบ่งเป็น กรุงเทพฯ และปริมณฑล 2,233,518 ฉบับ และจังหวัดอื่น ๆ 3,145,880 ฉบับ สำหรับที่อยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองจากภัยแผ่นดินไหวไม่เกิน 20,000 บาท ต่อปี สามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้
ส่วนใหญ่เป็นที่อยู่อาศัยจากการให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน จะมีความคุ้มครองดังกล่าวอยู่แล้ว ขณะที่บ้านเก่าหรือมือสอง จะไม่ได้ซื้อประกันอัคคีภัย หากเป็นอาคารชุด กรณีนิติบุคคล จะมีความคุ้มครองประกันภัยคามเสี่ยงกับทรัพย์สิน (IAR) ความคุ้มครองต่อตัวอาคารส่วนกลาง เช่น โครงสร้างอาคาร ลิฟต์ สระว่ายน้ำ บันไดส่วนกลาง ฟิตเนสและทรัพย์สินส่วนกลาง จะมีความคุ้มครองจากภัยแผ่นดินไหว แต่ไม่คุ้มครองทรัพย์สินเจ้าของห้องชุด
ยกเว้นเจ้าของห้องชุด มีกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย จะคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินภายในห้องชุด เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องตกแต่ง และทรัพย์สินอื่นๆ ภายในห้องชุด ได้ความคุ้มครองแผ่นดินไหว ไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี สามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้
นอกจากนี้ทางด้าน กรมธรรม์ประกันภัยรถยสต์ ประเภท 1 จะได้รับความคุ้มครองภัยแผ่นดินไหวอยู่แล้ว ขณะที่กรมธรรมฺประกันรถยนต์ประเภท 2 ประเภท 3 และประเภท 5(2+และ 3+)สามารถซื้อเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์คุ้มครองภัยธรรม์ชาติหรือแยกซื้อภัยแผ่นดินไหวไว้ได้
นางนุสรา บัญญัติปิติพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย กล่าวว่า 20 บริษัทสมาชิกฯ มีบริการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวนี้ 24 ชม.ผ่านคอลเซ็นเตอร์ และ เฟชบุ๊กและไลน์ สำหรับความคุ้มครองประกันชีวิต อุบัติเหตุและสุขภาพ ทั้งผู้รับเหมาหลัก และรับเหมาร่วม และประชาชน
"ในส่วนของผู้ประสบภัยตึกย่านจตุจักรถล่ม เรายังไม่เจอประกันกลุ่มกับประกันชีวิต แต่เรากำลังเร่งตรวจสอบรายชื่ออยู่ว่ามีความคุ้มครองชีวิตกับบริษัทประกันไว้ด้วยหรือไม่ หากพบว่ามีความคุ้มครองอยู่จะให้บริการช่วยเหลือสินไหมโดยเร็ว"
อย่างไรก็ดี แนะนำว่า ประชาชนควรต่ออายุกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีอยู่เอาไว้อย่าความคุ้มครองขาด ยืนยันว่า บริษัทประกันชีวิต มีความมั่นคงแข็งแกร่ง CAR อยู่ในระดับกว่า 300% สูงกว่าที่กฎหมายกำหนดมาก
"เรามีการตรวจสอบค่าความผันผวนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเคลมสินไหมยอดสูง บริษัทประกันชีวิตก็ยังมีฐานะทางการเงินมั่นคงและแข็งแกร่งอย่างมาก เราขอเสียความเสียใจและแสดงความเป็นห่วงต่อทุกชีวิตจากภัยแผ่นดินไหวในไทยครั้งนี้ และพร้อมให้บริการด้านประกันชีวิตอย่างเต็มที่"