มิลิแบนด์ ถกเวที IMF ชี้ระบบการเงินโลกทำล้มเหลว ลุยผ่าโครงสร้างหนี้
14 ต.ค. 2569 | apirak_pra

รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ 'เอด มิลิแบนด์' เรียกร้องกลางเวที IMF-World Bank 2026 ณ กรุงเทพฯ จี้ปฏิรูประบบการเงินโลก ลุยผ่าโครงสร้างหนี้ช่วยประเทศกำลังพัฒนา
Business
14 ต.ค. 2569 | apirak_pra

รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ 'เอด มิลิแบนด์' เรียกร้องกลางเวที IMF-World Bank 2026 ณ กรุงเทพฯ จี้ปฏิรูประบบการเงินโลก ลุยผ่าโครงสร้างหนี้ช่วยประเทศกำลังพัฒนา
KEY
POINTS
การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ กรุงเทพมหานคร ทวีความเข้มข้นในมิตินโยบายการคลังระดับสากล เมื่อ นายเอด มิลิแบนด์ (Ed Miliband) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักร ได้เดินทางมาร่วมประชุมด้วยตนเอง โดยได้ออกมาระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า ระบบการเงินและระเบียบโลกในปัจจุบันกำลังประสบความล้มเหลวในการให้บริการและช่วยเหลือกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ทั้งในมิติของปัญหาหนี้สิน ความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ และการรับมือกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
รมว.ต่างประเทศอังกฤษ ได้กล่าวย้ำในระหว่างการแถลงเปิดตัวรายงานของสถาบันวิจัย ร็อคกี้เฟลเลอร์ ฟาวน์เดชัน (Rockefeller Foundation) ว่า สถานการณ์ดังกล่าวนอกจากจะขัดต่อค่านิยมสากลแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติต่างๆ ทั่วโลก เนื่องจากในโลกยุคปัจจุบันที่มีความเชื่อมโยงถึงกันอย่างใกล้ชิด ความท้าทายและโอกาสที่เกิดขึ้นล้วนเป็นเรื่องส่วนรวม พร้อมกันนี้ยังได้ยกระดับความสำคัญด้วยการเข้าดำรงตำแหน่งตัวแทนในคณะกรรมการของธนาคารโลกด้วยตนเอง เพื่อผลักดันการปฏิรูปอย่างจริงจัง
เอด มิลิแบนด์ ได้เรียกร้องให้ธนาคารโลก และธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคี (MDBs) เร่งนำงบประมาณและงบดุลที่มีอยู่ออกมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินให้แก่รัฐบาลของประเทศกำลังพัฒนาที่กำลังติดกับดักต้นทุนการกู้ยืมและดอกเบี้ยที่พุ่งสูงขึ้น โดยเสนอให้ใช้วิธีการปรับโครงสร้างหนี้ (Refinancing) ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้น และการขยายระยะเวลาในการชำระคืนหนี้ออกไป เพื่อสร้างพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) ให้ประเทศเหล่านั้นนำงบประมาณไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น
รายงานระบุว่า ปัญหาอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมที่สูงลิ่วของประเทศกำลังพัฒนา ได้ส่งผลกระทบให้งบประมาณในการชำระหนี้เข้าไปเบียดบังการใช้จ่ายในบริการสาธารณะที่สำคัญ โดยเฉพาะในภูมิภาคแอฟริกาใต้ทะเลซาฮารา (Sub-Saharan Africa) ที่พบว่ารัฐบาลต้องจ่ายงบประมาณไปกับการชำระหนี้มากกว่างบประมาณด้านการศึกษาถึงกว่า 3 เท่าตัว
นอกจากนี้ สหราชอาณาจักรซึ่งกำลังจะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานกลุ่ม G20 ในปีหน้า มีแผนจะใช้เวทีดังกล่าวในการผลักดันประเด็นหนี้สาธารณะอย่างต่อเนื่อง โดย จอห์น ฮีลีย์ (John Healey) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอังกฤษ เตรียมแถลงทิศทางนโยบาย G20 ณ กรุงเทพฯ ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เพื่อดึงเม็ดเงินจากงบดุลของ IMF และธนาคารโลกออกมาใช้ประโยชน์เพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน มิลิแบนด์ ยังได้เสนอให้มีการปรับปรุงกรอบการทำงานร่วม (Common Framework) ในการปรับโครงสร้างหนี้ให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากกรอบเดิมถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าล่าช้าและเทอะทะ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้เจ้าหนี้ภาคเอกชนเข้ามาประวิงเวลาในการเจรจา และเสนอให้มีการจัดตั้งกลไกสนับสนุนทางการเงินล่วงหน้าก่อนเกิดวิกฤต เพื่อให้รัฐบาลที่ประสบปัญหาสามารถเข้าถึงเงินช่วยเหลือได้ภายในไม่กี่วัน แทนที่จะต้องรอคอยนานหลายเดือนเหมือนในปัจจุบัน