“การเป็นเจ้าภาพจัดงาน 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเป็นเจ้าบ้านที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการปักหมุดประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการเงิน การลงทุน และการพัฒนาที่ยั่งยืนของอาเซียน ซึ่งผลลัพธ์จากการหารือและเครือข่ายความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นตลอดการประชุม จะถูกนำมาต่อยอดเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย เสริมความแข็งแกร่งให้ SMEs และสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึงโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ดร.เอกนิติ กล่าว
ด้าน นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เน้นย้ำถึงบทบาทการดูแลเสถียรภาพการเงินและสร้างภูมิคุ้มกันให้ระบบเศรษฐกิจไทย ภายใต้แนวคิด Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience ในการประชุม 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ว่า ในวันที่โลกเต็มไปด้วยวิกฤตและความผันผวน ทั้งโรคระบาด ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตพลังงาน และการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ดังนั้น ความท้าทายสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการฟื้นตัวจากวิกฤต แต่คือการสร้างศักยภาพของคนและความยืดหยุ่นของระบบเศรษฐกิจ เพื่อให้สามารถรับมือกับความไม่แน่นอนและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต
ทั้งนี้ ประเทศไทยพร้อมนำเสนอวิสัยทัศน์ กรอบแนวคิดเชิงนโยบาย รวมถึงแชร์ประสบการณ์ของไทยใน 4 เสาหลัก ที่ถือเป็นประเด็นยุทธศาสตร์ในระดับสากล และเป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกประเทศกำลังขบคิดหาทางออก ได้แก่ เสาที่ 1 การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเติบโตที่ทั่วถึงและยืดหยุ่น (Digital and AI Transformation for Inclusive and Resilient Growth) เสาที่ 2 การขยายบทบาทของประเทศขนาดกลางในโลกที่มีความแตกแยกสูงเพื่อให้ไทยเป็นสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศ (Building Resilience in a Fragmented World) เสาที่ 3 การสร้างสถาปัตยกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่เพื่อรองรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Building a New Financial Architecture for Climate Adaptation) และ เสาที่ 4 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและเศรษฐกิจแห่งการมีอายุยืน (Demographic Change and the Longevity Economy)