⚽[ปะทุบนผืนหญ้า: ยุคสมัยของแมตต์ บัสบี และ ดอน รีวี]
ความขัดแย้งเข้มข้นจนกลายเป็นศตวรรษแห่งความเกลียดชังอย่างเป็นทางการในช่วงทศวรรษ 1960 เมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ เซอร์ แมตต์ บัสบี้ นำเสนอสไตล์การเล่นสง่างาม เกมรุกเปี่ยมจินตนาการ แต่ลีดส์ ยูไนเต็ด ของ ดอน เรวี่ กลับสร้างทีมด้วยปรัชญาดุดัน ถึงลูกถึงคน และมุ่งเน้นวินัย
จุดแตกหักเกิดขึ้นในศึกเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ปี 1965 ที่เต็มไปด้วยการแลกหมัดและปะทะรุนแรง จนเสื้อของ เดนิส ลอว์ ขาดวิ่นจากการปะทะกับ แจ็กกี้ ชาร์ลตัน ก่อนที่ลีดส์จะเฉือนชนะในนัดรีเพลย์ ทว่าแมนฯ ยูไนเต็ด ก็เอาคืนด้วยการแย่งแชมป์ดิวิชัน 1 ในฤดูกาลเดียวกันด้วยประตูเฉลี่ยที่ดีกว่า บาดแผลดังกล่าวตอกย้ำให้ไฟแห่งความเกลียดชังโชติช่วงขึ้นอย่างไม่มีวันดับ
⚽[บาดแผลฝังลึก และคดีความแค้นที่ต้องสะสาง]
ประวัติศาสตร์ของศึกดาร์บี้แมตช์นี้อุดมไปด้วยเหตุการณ์สุดช็อก ตั้งแต่กรณีของ รอย คีน กัปตันทีมปีศาจแดงที่บาดเจ็บเอ็นเข่าขาดในเกมเมื่อปี 1997 แล้วถูก อัลฟ์-อิงเก้ ฮาลันด์ กองหลังลีดส์ เดินเข้ามาตะโกนใส่หน้าว่าเสแสร้ง นำไปสู่การเฝ้ารอเอาคืนยาวนานถึง 3 ปีครึ่ง จนเกิดการย่ำปุ่มสตั๊ดใส่เข่าฮาแลนด์อย่างรุนแรงในแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ปี 2001
นอกจากนี้ ยังมีปาฏิหาริย์ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในปี 2010 เมื่อลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งร่วงไปอยู่นอกลีกในระดับลีกวัน บุกไปน็อกแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วยประตูชัยของ เจอร์เมน เบ็คฟอร์ด ถือเป็นชัยชนะประวัติศาสตร์ที่ตัดฉากเขี่ยทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตกรอบสามเอฟเอ คัพ เป็นครั้งแรก ผสานกับวัฒนธรรมฮูลิแกนนิซึมในอดีตระหว่างกลุ่ม Service Crew ของลีดส์ และ Red Army ของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ทำให้บรรยากาศที่เอลแลนด์ โรด กดดันและน่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งในโลก