เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : วิจัยเฉลย! ดื่ม “น้ำเย็น” หรือ “น้ำอุณหภูมิห้อง” แบบไหนดีกว่ากัน?

19 ต.ค. 2569 | ปิยวรรณ ประเมษฐะวนิช

OPINION : วิจัยเฉลย! ดื่ม “น้ำเย็น” หรือ “น้ำอุณหภูมิห้อง” แบบไหนดีกว่ากัน?

บางคนต้องใส่น้ำแข็งเต็มแก้วถึงจะรู้สึกสดชื่น ขณะที่บางคนชอบน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง เพราะเชื่อว่าดีกับร่างกายกว่า แล้วจริง ๆ มีอุณหภูมิน้ำที่ “ดีที่สุด” สำหรับสุขภาพไหม?

คำตอบคือ ยังไม่มีอุณหภูมิเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนค่ะ...งานวิจัยเกี่ยวกับผลของอุณหภูมิน้ำต่อสุขภาพโดยตรงยังมีไม่มาก ผู้เชี่ยวชาญจึงมองว่า น้ำที่เหมาะที่สุดขึ้นอยู่กับทั้ง “คน” และ “สถานการณ์” มากกว่า


🔵 [น้ำเย็น มีข้อดีตรงไหน?]


หลังออกกำลังกายหรืออยู่ในอากาศร้อน น้ำเย็นมักดื่มง่ายและสดชื่นกว่า เพราะเมื่อเราออกแรง อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายจะสูงขึ้นจากความร้อนที่เกิดระหว่างการใช้พลังงาน

งานวิจัยบางส่วนพบว่า การดื่มน้ำเย็นอาจช่วยลดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิร่างกายระหว่างหรือหลังออกกำลังกายได้ และเพราะน้ำเย็นมัก “น่าดื่มกว่า” ในช่วงที่ตัวร้อน จึงอาจทำให้เราดื่มได้มากขึ้น ช่วยชดเชยของเหลวที่เสียไปกับเหงื่อ และลดความเสี่ยงขาดน้ำได้
มีข้อมูลบางส่วนด้วยว่า ความเย็นอาจกระตุ้นเส้นประสาทเวกัส ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบประสาทพาราซิมพาเทติก หรือระบบ “พักและย่อย” ของร่างกาย ทำให้บางคนรู้สึกสงบหรือผ่อนคลายขึ้นชั่วคราว

แต่ “เย็นกว่า” ไม่ได้แปลว่า “ดีกว่าเสมอ” หากมีอาการเสียวฟัน ไมเกรน กลืนลำบาก ระคายคอจากกรดไหลย้อน หรือโรคหลอดอาหารบางชนิด น้ำเย็นจัดอาจทำให้ไม่สบายตัวได้ ดังนั้น ถ้าดื่มน้ำเย็นแล้วรู้สึกเจ็บ แสบ หรือไม่สบาย น้ำอุณหภูมิห้องอาจเหมาะกว่าค่ะ
 


🔵 [แล้วน้ำอุณหภูมิห้อง ดีกับระบบย่อยจริงไหม?]


หลายคนเชื่อว่า น้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้องช่วยย่อยอาหารได้ดีกว่า บางคนถึงขั้นเลี่ยงน้ำเย็นตอนเช้าเพราะกลัวว่าจะ “ช็อกร่างกาย” แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ยังไม่มีหลักฐานชัดว่าดีกว่าน้ำเย็นสำหรับคนสุขภาพดีทั่วไป

ระบบย่อยอาหารของเราสามารถรับมือกับน้ำในช่วงอุณหภูมิปกติได้อยู่แล้ว และการดื่มน้ำเย็นตอนเช้าก็ไม่ได้ทำให้ร่างกายเกิดอันตรายจากการ “ช็อก” อย่างที่มักแชร์กันในโซเชียล ถ้าใครรู้สึกว่าน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นดื่มสบายท้อง สบายคอ หรือทำให้จิบน้ำได้ง่ายกว่า ก็ไม่มีเหตุผลต้องฝืนเปลี่ยนค่ะ


🔵 [จริงๆ แล้ว “อุณหภูมิ” อาจสำคัญน้อยกว่า “ดื่มให้พอ”]


ประเด็นสำคัญกว่า ระหว่างน้ำเย็นกับน้ำอุณหภูมิห้อง คือสิ่งที่ส่งผลต่อสุขภาพมากกว่า นั่นคือ เราดื่มน้ำได้เพียงพอตลอดวันหรือไม่ เพราะต่อให้เลือกอุณหภูมิ “ถูกต้อง” แค่ไหน แต่ดื่มน้ำน้อย ก็ยังเสี่ยงขาดน้ำได้อยู่ดี

ปริมาณน้ำที่แต่ละคนต้องการก็ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งอายุ เพศ สุขภาพ การออกกำลังกาย อาหารที่กิน รวมถึงสภาพอากาศ

คำแนะนำทั่วไปบางแห่งอาจพูดถึงประมาณ 11.5 แก้วต่อวันสำหรับผู้หญิง และ 15.5 แก้วสำหรับผู้ชาย แต่ตัวเลขนี้รวม “น้ำจากอาหาร” เข้าไปด้วย ไม่ใช่น้ำเปล่าที่ต้องดื่มทั้งหมด และไม่ใช่สูตรที่ใช้ได้กับทุกคนแบบตายตัว และถ้าออกกำลังกายหนัก อยู่กลางแจ้ง หรืออากาศร้อนมาก ร่างกายก็อาจต้องการน้ำเพิ่มขึ้นกว่าปกติ

ดังนั้น สัญญาณง่าย ๆ ที่ควรสังเกตคือ ความกระหายน้ำ ปัสสาวะที่เข้มผิดปกติ อาการปากแห้ง เวียนหัว หรือเหนื่อยง่าย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าได้รับน้ำไม่เพียงพอ

สุดท้ายแล้ว น้ำที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่น้ำเย็นหรือน้ำอุ่น แต่คือ น้ำในอุณหภูมิที่ทำให้เราดื่มได้สม่ำเสมอและเพียงพอในแต่ละวันค่ะ

 

อ้างอิง : Is It Better to Drink Cold or Room-Temperature Water?

ข่าวล่าสุด