โดยเฉพาะตั้งแต่มีการเปิดประเด็นจับพิรุธเอกสารรายงานผลการประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวี ซึ่งเนื้อหาไม่ตรงกับคลิปเสียงบันทึกการประชุม ในช่วง 3 นาทีท้าย ที่นำมาเปิดโปงกัน ทำให้ดูเหมือนว่าหลังจากนั้นทุกอย่าง ก็เริ่มเข้าทางว่าที่ นายกฯ "พิธา" และพรรคก้าวไกล จนนาทีนี้กองเชียร์เริ่มมั่นใจเกือบจะ 100% แล้วว่า นายกฯ คนที่ 30 ต้องชื่อ "พิธา" อย่างแน่นอน
ทว่า อุปสรรคขวากหนามสำคัญตลอดมาของ "พิธา" หลังได้รับชัยชนะเลือกตั้ง คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคือกรณี "หุ้นไอทีวี"
ประเด็นนี้ดูเหมือนเป็นจุดน็อค และมีองค์ประกอบอยู่ 2 ประการ ที่ "พิธา" ต้องพิสูจน์ให้ได้ และให้ขาด นั่นคือ
โจทย์ 2 ข้อนี้แม้จะดูเป็นโจทย์ยากของ "พิธา" แต่แท้ที่จริงแล้ว ฝ่ายผู้กล่าวหาต่างๆ ทำงานยากกว่า เพราะต้องพิสูจน์ทั้ง 2 ข้อว่า "พิธา" เข้าข่ายจริง คือ เป็นผู้ถือหุ้นตัวนี้ และหุ้นตัวนี้ คือ "หุ้นสื่อ" จริงๆ ด้วย
แต่สำหรับ "พิธา" ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา พิสูจน์แค่อย่างเดียวให้ขาด ก็ถือว่ารอดแล้ว คือ ถ้าไม่ได้ถือหุ้นนี้ในนามของตัวเอง แม้หุ้นนี้จะเป็นหุ้นสื่อจริงๆ ก็ไม่มีลักษณะต้องห้ามการลงสมัคร ส.ส. หรือหากถือหุ้นตัวนี้จริง แต่หุ้นไอทีวี ไม่มีสถานะเป็น “หุ้นสื่อ” คุณพิธาก็ไม่ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. เป็นรัฐมนตรี รวมถึงเป็นแคนดิเดตนายกฯด้วยเช่นกัน
มาดูองค์ประกอบข้อ 2 เกี่ยวกับเรื่องหุ้นไอทีวี มีสถานะเป็น "หุ้นสื่อ" หรือไม่ ซึ่งองค์ประกอบนี้ยังคลุมเครือ เพราะแม้จะมีพิรุธหลายอย่างเกี่ยวกับเรื่องเอกสาร กับคลิปบันทึกการประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวี รวมถึงเอกสารรายงานผลประกอบการที่มีพิรุธ ไม่ตรงกัน
แต่ก็ยังไม่มีน้ำหนักเท่าคำชี้แจงเป็นเอกสารจากไอทีวีล่าสุดว่า บริษัทยังมีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการตามที่จดทะเบียนไว้ตั้งแต่แรกอยู่ และยังไม่ได้เลิกกิจการ
ฉะนั้นจุดรอดของ "พิธา" จึงเหลืออีกเพียงจุดเดียว คือ เป็นคนถือหุ้นตัวนี้จริงหรือไม่
เพราะข้อมูล 2 ชุดที่ปรากฏออกมาในสัปดาห์นี้ ต้องบอกว่าเข้าทาง"พิธา"อย่างหนึ่ง
1.คำสัมภาษณ์ของ "นิวัติไชย เกษมมงคล" เลขาธิการ ป.ป.ช. 2 ครั้ง ที่ระบุว่า "พิธา" ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินรายการหุ้นไอทีวีมาแล้ว พร้อมแนบคำสั่งศาลการตั้งเป็นผู้จัดการมรดกไปด้วย แต่ยังหาต้นขั้วจากศาลมาเทียบกันไม่ได้
โดยผลจากคำสัมภาษณ์นี้ แม้จะยังมีข้อกังขาอยู่บ้าง แต่ก็ถือว่าปลดล็อกให้ "พิธา" ไปได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว
2.รายงานของสำนักข่าวอิศรา ที่ไล่เรียงให้เห็นชัดๆ ว่า "พิธา" ยื่นบัญชีทรัพย์สินคราวที่รับตำแหน่ง ส.ส. เมื่อปี 62 อีก 2 ครั้ง หลังจากยื่นครั้งแรก ถือเป็นการยื่นเพิ่มเติมว่าถือครองหุ้นไอทีวี พร้อมหุ้นตัวอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง และอีกครั้ง คือ ยื่นคำสั่งศาลที่ตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดก
หากดูผิวเผินเพียงเท่านี้ ต้องบอกว่า "พิธา" มีโอกาสรอดสูงมาก และการรอดในองค์ประกอบที่ 2 นี้เพียงข้อเดียว จะเท่ากับรอดเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามการถือครองหุ้นสื่อทั้งหมดไปเลย
แต่ต้องยอมรับว่า ช่วง 10 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 6 เดือน 6 ปี 66 อะไรๆ ก็ดูจะเข้าทาง"พิธา" และ พรรคก้าวไกล ไปหมด
- 6 มิ.ย.66 "พิธา"ชี้แจงเรื่องหุ้นไอทีวีอย่างละเอียดในเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมเปิดข้อมูลการโอนหุ้นที่ถือครองอยู่ทั้งหมดให้ทายาท ตอนแรกถูกตีความว่าสละมรดก ซึ่งจะส่งผลให้พิธาไม่เคยครอบครองหุ้นนี้มาตั้งแต่ต้น ขณะเดียวกันก็เปิดประเด็นขบวนการฟื้นคืนชีพไอทีวี เพื่อมาเล่นงานสกัดตนไม่ให้ขึ้นเป็นนายกฯ
- 7 มิ.ย. 66 เวทีสัมนาและอ่านแถลงการณ์ประชามติแยกดินแดนที่ปัตตานี คนของพรรคก้าวไกลไม่ได้ไปร่วมงาน โดยเป็นการเปลี่ยนใจ บอกปัดแบบกะทันหัน ทำให้รอดปากเหยี่ยวปากกาไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ
- 9 มิ.ย.66 กระแสประชามติแยกดินแดนเริ่มแรง แต่ก้าวไกลเบี่ยงหลบทัน พรรคประชาชาติ กับ พรรคเป็นธรรม รับแทน ส่วน"พิธา" ออกมาพูดเรื่องนี้ว่ายึดหลักการปกครองแบบ "รัฐเดี่ยว" ตามรัฐธรรมนูญ ไม่มีแบ่งแยก
- 11 มิ.ย. 66 รายการข่าวสามมิติ เปิดประเด็นขบวนการสร้างหลักฐานเท็จ บันทึกการประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวี
- 12 มิ.ย.66 "ชัยธวัช ตุลาธน" เลขาธิการพรรค เปิดแถลงข่าวใหญ่ ตอกย้ำขบวนการสกัด "พิธา" ผ่านการปลุกผีไอทีวีให้เป็นบริษัทสื่อ
- 14 มิ.ย. 66 "นิวัติไชย เกษมมงคล" เลขาธิการ ป.ป.ช. ออกมาคลายปมสงสัยเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินของ "พิธา" เมื่อคราวรับตำแหน่ง ส.ส.ปี 62 ยืนยันยื่นหลักฐานการถือครองหุ้นไอทีวีมาด้วย พร้อมแนบคำสั่งศาลที่ตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดก แต่ยังหาต้นขั้วเอกสารจากทางศาลเทียบเคียงยืนยันไม่ได้
- 15 มิ.ย.66 "จรัญ ภักดีธนากุล" อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถูกมองว่าเป็นหัวขบวนหนึ่งของสาย "ตุลาการภิวัฒน์" ออกมายืนยันหักล้าง "เซียนกฎหมาย" อย่าง "วิษณุ เครืองาม" ว่า แม้"พิธา"จะถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. และนายกฯ ก็ยังสามารถเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ให้รัฐสภาโหวตได้ เพราะไม่ใช่ตำแหน่งที่ต้องเข้าไปทำหน้าที่ ศาลจึงสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ เพราะไม่มีการปฏิบัติหน้าที่แคนดิเดตนายกฯ ทำให้จบประเด็นถกเถียงที่ยืดเยื้อมาหลายวัน
- 16 มิ.ย.66 สำนักข่าวอิศราเปิดข้อมูลไทม์ไลน์การยื่นบัญชีทรัพย์สินของ"พิธา" โดยชี้ชัดยื่นคำสั่งศาลตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดก เมื่อครั้งยื่นทรัพย์สินเพิ่มเติมในส่วนของหุ้นไอทีวี และหุ้นตัวอื่นๆ ตั้งแต่ปี 62 จริง
ถึงนาทีนี้ หลายคนบอกว่าไม่มีอะไรขวางว่าที่นายกฯพิธา ให้ผงาดเป็นนายกฯคนที่ 30 ได้อีกแล้ว
แม้ฝ่ายตรงข้าม"พิธา" จะพยายามหาเงื่อนปมที่เป็น "นิติสงคราม" มาเล่นงาน แต่กูรูการเมืองฟันธงว่า ถ้าจะดึงดันเล่นเกม "นิติสงคราม" ต่อไป บอกได้คำเดียวว่า "ศาลเหนื่อย" และอาจเผชิญกับการตั้งคำถาม ตลอดจนวิกฤติศรัทธาอย่างรุนแรง หากหาเหตุผลที่ยอมรับได้ มาอธิบายคำวินิจฉัยของตนได้ไม่ดีพอ และยังไม่นับพลังมวลชน ผนังทองแดงกำแพงส้ม และม็อบลงถนนที่พร้อมเต็มร้อยจากการเดินสายสะสมพลังทั่วประเทศอีกด้วย