สรุป 3 ประเด็นร้อนพรีเมียร์ลีก โดกูคัมแบ็ก พาเลซพลิกนรก ช็อตเด็ดเพียบ
12 ต.ค. 2569 | apirak_pra

เก็บตกพรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์ ซูเปอร์ซับ "โดกู" คืนสนามพาเรือใบดับหงส์ พาเลซช็อกฟอเรสต์ด้วยซูเปอร์เซฟ และฮัลล์ซิตี้พิสูจน์ฮีโร่หน้าเดิมยังเก๋า
ข่าว
12 ต.ค. 2569 | apirak_pra

เก็บตกพรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์ ซูเปอร์ซับ "โดกู" คืนสนามพาเรือใบดับหงส์ พาเลซช็อกฟอเรสต์ด้วยซูเปอร์เซฟ และฮัลล์ซิตี้พิสูจน์ฮีโร่หน้าเดิมยังเก๋า
KEY
POINTS
ศึกพรีเมียร์ลีกประจำวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569 เต็มไปด้วยเรื่องราวและสถิติที่น่าสนใจมากมายเกินกว่าแค่ผลสกอร์บนตารางคะแนน ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาของปีกตัวจี๊ดที่เปลี่ยนเกมให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช็อตปาฏิหาริย์ของมือกาวสำรองคริสตัล พาเลซ ไปจนถึงหัวใจใจสู้ของน้องใหม่หน้าเก่าอย่างฮัลล์ ซิตี้
การกลับมาลงสนามอีกครั้งของ เฌเรมี โดกู กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดในเกมที่แอนฟิลด์ หลังจากปีกทีมชาติเบลเยียมลงมาเป็นตัวสำรองแทนที่จะเป็นเพียงอะไหล่ เขากลับใช้เวลาบนสนามเพียง 34 นาที โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น โดยเป็นผู้เล่นที่เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้มากที่สุดในเกมถึง 5 ครั้ง พร้อมสร้างโอกาสให้เพื่อน 2 ครั้ง และทำประตูสุดสวยด้วยตัวเองอีก 1 ลูก
หลังจบเกม เอนโซ่ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้สัมภาษณ์กับสกายสปอร์ตส์อย่างอารมณ์ดีถึงฟอร์มของลูกทีมว่า เฌเรมีทำผลงานได้ดีมาก แต่ทีมยังจำเป็นต้องดูแลร่างกายของเขาอย่างระมัดระวัง เนื่องจากเพิ่งหายเจ็บกลับมา ขณะที่ฟอร์มการเล่นของทุกคนในทีมก็น่าทึ่งไม่แพ้กัน
ในมุมของสถิติ เออร์ลิง ฮาลันด์ ยังคงรักษามาตรฐานอันน่าสะพรึงกลัว โดยเขายิงไปแล้ว 8 ประตูในทุกรายการ และยิงได้อย่างน้อย 1 ประตูต่อเนื่องกันมา 6 นัดแล้ว ด้าน รายาน แชร์กี ก็ปิดกล่องชัยชนะด้วยลีลาสุดคลาสสิกจากการต่อบอล 41 ครั้งที่ผู้เล่นทุกคนในทีมมีส่วนร่วม ทำสถิติช่วยให้มาเรสก้ารักษาสถิติชนะรวด 100% ต่อไป และส่งให้เรือใบสีฟ้าทำแต้มหนีอาร์เซนอลเป็น 3 แต้ม
ฝั่ง อันโดนี อิราโอล่า ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล เปิดเผยกับบีบีซีด้วยความผิดหวังว่า เหมือนการแข่งสองเกมที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยช่วง 60 นาทีแรกก่อนที่จะเสียใบแดง เกมของลูกทีมทำได้ดีมาก แต่หลังจาก ไรอัน กราเฟนแบร์ก ถูกไล่ออกจากสนามเพียง 2 นาที 37 วินาที ซิตี้ก็ฉวยโอกาสยิงประตูแรกทันที ก่อนจะกดดันใส่ด้วยการหาโอกาสยิงถึง 11 จาก 15 ครั้งในช่วงที่ลิเวอร์พูลเหลือผู้เล่น 10 คน หยุดสถิติไร้พ่ายของอิราโอล่าในเกมที่ 7 ลงอย่างน่าเสียดาย
อีกหนึ่งควันหลงที่ต้องพูดถึงคือเกมที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค ช็อตป้องกันประตูของ วอลเตอร์ เบนิเตซ นายประตูมือสองของคริสตัล พาเลซ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแมตช์อย่างแท้จริง ในจังหวะที่พาเลซตามหลังอยู่และโดนบุกกดดันหนัก เลียม ดีแลป กองหน้าฟอเรสต์ได้กดจ่อๆ ยิงเต็มแรงหวังขยับสกอร์ แต่เบนิเตซกลับยืนระยะเซฟไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ ช็อตนี้ปลุกพาเลซให้กลับมามีชีวิตจนพลิกแซงก่อนจบครึ่งแรก และเอาชนะไปได้ 3-1
หลังจบเกม คริส ริชาร์ดส์ กองหลังพาเลซ ถึงกับมอบรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำนัด (Player of the Match) ให้กับเบนิเตซด้วยตัวเอง พร้อมกล่าวชื่นชมด้วยความเคารพในฟอร์มการเซฟระดับโลก
ด้าน โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ กุนซือฟอเรสต์ที่กลับมาเยือนถิ่นเก่า ยอมรับผ่านสกายสปอร์ตส์ด้วยความเสียดายว่า ทีมมีโอกาสจบสกอร์มหาศาลในครึ่งแรกด้วยการยิงถึง 16 ครั้ง คิดเป็นค่าความน่าจะเป็นในการได้ประตู (xG) สูงถึง 2.18 และสร้างโอกาสชัดเจนรวม 8 ครั้งตลอดเกม แต่กลับสังหารเพิ่มไม่ได้ โดยระบุว่าเล่นที่นี่มาหลายนัด ไม่เคยเห็นทีมไหนสร้างโอกาสได้มากมายขนาดนี้แล้วต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ซึ่งชัยชนะนัดนี้ยังถือเป็นชัยชนะครั้งแรกของพาเลซเหนือฟอเรสต์จากการพบกัน 13 ครั้งหลังสุดในพรีเมียร์ลีกอีกด้วย
ปิดท้ายด้วยความทรหดของ ฮัลล์ ซิตี้ แม้จะเสริมทัพผู้เล่นใหม่เข้ามาร่วมทีมถึง 18 รายในฤดูกาลนี้ แต่ 6 จาก 8 ประตูที่พวกเขาทำได้บนลีกสูงสุด กลับมาจากน้ำมือของแกนหลักชุดเดิมที่พาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยในเกมนี้ โมฮาเม็ด เบลลูมี ลงมาเป็นซูเปอร์ซับซัดประตูพาไล่ตีเสมอเอฟเวอร์ตัน 2-2 ทำให้เขามีส่วนร่วมกับประตูของทีมไปแล้วถึง 63% ในฤดูกาลนี้ (3 ประตู 2 แอสซิสต์) เป็นรองเพียงดาวดังของลีกไม่กี่คนเท่านั้น
เซอร์เก ยาคิโรวิช กุนซือฮัลล์ ซิตี้ เปิดเผยเบื้องหลังที่ต้องดรอปเบลลูมีไว้ข้างสนามว่า ตัวนักเตะล้าจากการเดินทางและเข้ามาแจ้งด้วยตัวเอง จึงต้องเก็บไว้เป็นไพ่เด็ด ขณะที่ โจ เกลฮาร์ดต์ ผู้ทำประตูแรกให้ฮัลล์ เปิดใจว่า รอคอยโอกาสกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกมานานนับตั้งแต่สมัยอยู่กับลีดส์ ยูไนเต็ด การกลับมาทำประตูได้อีกครั้งในรอบกว่า 4 ปีจึงเป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อมาก
ขณะที่ เดวิด มอยส์ ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตัน แม้จะพาทีมรักษาสถิติไร้พ่าย 6 นัดแรกของการเปิดฤดูกาลได้เป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์สโมสร แต่ก็ออกมาแสดงความหงุดหงิดผ่านสื่ออย่างตรงไปตรงมาว่า ฟอร์มโดยรวมของทีมต่ำกว่ามาตรฐานที่เคยทำได้ และผิดหวังที่ไม่สามารถปิดเกมเก็บ 3 แต้มได้ทั้งที่พลิกขึ้นนำ 2-1 แล้ว