อย่างไรก็ตาม ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิได้ช่วยเหลือผู้ป่วยไตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000 คน โดยผู้ป่วยบางรายจำเป็นต้องฟอกไตสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการฟอกไตแต่ละครั้งอาจสูงถึงหลักพันบาท ทำให้การเข้าถึงบริการเป็นภาระสำคัญสำหรับผู้ป่วยจำนวนหนึ่ง
ก่อนจะย้ำว่า ที่มาเล่าในครั้งนี้ ไม่ใช่จะโอ้อวดใดๆ เพียงแต่ต้องการจะสื่อสารเรื่องการตอบแทนสังคม
“เรื่องพวกนี้ ผมไม่ใช่จะมาอธิบาย ผมจะบอกว่า ทุกคนควรจะทำอะไรให้สังคมบ้าง เท่าที่ท่านจะทำได้ ปีที่แล้ว เราทำเฉพาะให้โรงเรียนคนตาบอด เรามีโรงพยาบาล เรามีอะไร ไม่เป็นไร แต่ว่า ทำแล้วไม่ต้องมาอวด แต่ทำแล้วถ้าเป็นประโยชน์ต่อสังคม เป็นประโยชน์กับคนที่ต้องการความช่วยเหลือ เราสบายใจ”
สำหรับงานวันเกิดปีนี้ มีการตั้งกล่องรับบริจาค 2 กล่อง ได้แก่
- กล่องเพื่อสนับสนุนโรงเรียนคนตาบอด
- กล่องเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ศูนย์ฟอกไตฟ้าสั่ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์น้ำท่วมและผลกระทบที่ประชาชนกำลังเผชิญ “คีรี” จึงตัดสินใจนำเงินบริจาคที่ได้รับจากทั้งสองกล่องไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแทน โดยจะสมทบเงินส่วนตัวเพิ่มอีกเท่าตัว หรืออย่างน้อยกล่องละ 500,000 บาท
โดย “คีรี” กล่าวว่า แม้ภาครัฐจะมีมาตรการช่วยเหลือ แต่ผู้ประสบภัยบางส่วนยังต้องเผชิญกับความยากลำบาก โดยเฉพาะภาระหลังน้ำลด ทั้งการซ่อมแซมบ้านเรือนและการจัดหาเงินทุนเพื่อฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่
“ถ้าเรามาคิดดูว่า บ้านท่านน้ำท่วม จะพึ่งพากับทางรัฐ ก็ต้องพึ่ง แต่ว่าบางท่านยังพึ่งไม่ได้ จิตใจคนหดหู่มาก เพราะว่าบ้านคุณ เฟอร์นิเจอร์คุณ แล้วหลังจากหายท่วมแล้วทำยังไง เอาเงินที่ไหนมาซ่อมมาแซม”
จึงเป็นที่มาของการตัดสินใจเปลี่ยนวัตถุประสงค์การนำเงินบริจาคไปเพื่อช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมแทน โดยเงินครึ่งหนึ่งที่ได้รับในงาน จะมอบให้เนชั่น กรุ๊ป เพื่อสนับสนุนโครงการ “เนชั่นปันน้ำใจ” ผ่านมูลนิธิเนชั่น ในการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม