“ขณะเดียวกันภาคประชาสังคมจะเป็นผู้เชื่อมโยง เติมข้อมูล และกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างคนในพื้นที่ โดยเฉพาะการสร้าง "กลไก" การทำงาน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญและเครื่องมือในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นและผู้นำ ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ” นายสุเมธ กล่าว
ทางด้าน ดร.นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ กรรมการกองทุน สสส. และประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 3 กล่าวว่า สสส. ได้เข้ามาสนับสนุนการทำงานสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานกว่า 10 ปีแล้ว โดยสนับสนุนให้พื้นที่ต่างๆ ทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ 4 เสาหลัก ไม่ว่าจะเป็น ท้องถิ่น ท้องที่ ภาครัฐ และภาคประชาชนที่มีกลุ่มสภาฮักแพงเบิ่งแงงคนมหาสารคามเป็นกำลังหลักในการทำงาน ซึ่งการขับเคลื่อนของมหาสารคามได้พุ่งเป้าไปที่การทำให้พี่น้องประชาชนมีสุขภาพดี อายุยืนยาว และสิ่งแวดล้อมดี โดยเน้นไปที่การหาสาเหตุของความเจ็บป่วยด้วยโรค NCDs อย่างเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ ในคนวัยทำงานและผู้สูงอายุ และอีกเรื่องที่เน้นก็คือเรื่องโภชนาการของเด็ก เสริมการเรียนรู้ให้เด็กเกี่ยวกับการรับประทาน ว่าทำอย่างไรไม่ให้อ้วน หรือรับประทานหวานมันเค็มจนนำไปสู่การเจ็บป่วยด้วยโรค NCDs ก่อนวัยอันควร
อนึ่งเครือข่ายภาคประชาสังคมร่วมกับจังหวัดมหาสารคาม ภายใต้การสนับสนุนของ สำนัก 3 สสส. ได้ดำเนินโครงการสานพลังเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนจังหวัดมหาสารคามสู่เมืองสุขภาวะ ถือเป็นการยกระดับความร่วมมือจากระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด ให้ภาคีที่เกี่ยวข้องร่วมกันมองเห็นปัญหา วางแผน ใช้ทรัพยากรและติดตามผล โดยมีข้อมูลชุมชนเป็นฐานสำคัญในการตัดสินใจ ซึ่งโครงการกำหนดประเด็นเร่งด่วน 3 ด้าน ได้แก่ การป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ผ่านเรื่องอาหารปลอดภัยและการลดปัจจัยเสี่ยง เช่น เหล้าและบุหรี่, การส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และ การส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย
เป้าหมายนี้สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดมหาสารคามระยะ 20 ปี พ.ศ. 2566–2585 ที่ตั้งเป้าให้ประชาชนมีอายุเฉลี่ย 94 ปี และมีอายุเฉลี่ยของการมีสุขภาพดี 86.5 ปี ภายในปี 2585 อีกทั้งยังเกิดความก้าวหน้าเชิงนโยบายหลังจังหวัดประกาศใช้ธรรมนูญสุขภาพจังหวัดมหาสารคามเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 โดยมีประเด็นการส่งเสริม ป้องกัน และลดภัยจากโรค NCDs เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญ.-