เปิดชื่อกลุ่มใหม่ “แนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน”
กำนันมะโนเปิดเผยว่า ได้หารือกับแกนนำและคณะทำงานเพื่อกำหนดชื่อกลุ่มเคลื่อนไหวเรียบร้อยแล้ว โดยใช้ชื่อว่า “แนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน” หรือ “นปผ.”
สำหรับจุดเริ่มต้นการเคลื่อนไหว กำหนดไว้ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.19 น. ที่บริเวณควนหนองหงส์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช
เหตุผลที่เลือกสถานที่ดังกล่าว เนื่องจากเป็นพื้นที่ซึ่งมีประวัติการเคลื่อนไหวเรียกร้องแก้ไขปัญหาราคายางพารา ราคาปาล์มน้ำมัน และผลผลิตทางการเกษตรของชาวภาคใต้
กำนันมะโนอธิบายว่า ในช่วงเริ่มต้นจะมีการปราศรัยชี้แจงวัตถุประสงค์และเป้าหมายการเคลื่อนไหวให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจ ก่อนเริ่มเคลื่อนขบวนไปตามเส้นทางที่กำหนด
เปิดเส้นทาง 4 จุดหลัก ก่อนมุ่งหน้าประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล
กำนันมะโนระบุว่า เส้นทางการเคลื่อนขบวนเบื้องต้นประกอบด้วย 4 จุดหลัก ได้แก่ ควนหนองหงส์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อด้วยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร และเพชรบุรี ก่อนมุ่งหน้าสู่ประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามจำนวนผู้เข้าร่วม
หากขบวนรถมีจำนวนครบ 1,000 คัน ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีหรือชุมพร กลุ่มอาจตัดจุดพักบางแห่งออก และมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ โดยตรง
กำนันมะโนกล่าวว่า รูปแบบการเดินทางจะเป็นการเคลื่อนขบวนแบบคาราวาน มีการหยุดพักตามความเหมาะสม พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ เข้าร่วมตลอดเส้นทาง
นอกจากนี้ ยังมีประชาชนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางติดต่อแสดงความสนใจเข้าร่วม โดยบางกลุ่มอาจเดินทางไปสมทบที่ทำเนียบรัฐบาลโดยตรง
ยอมรับรถ 1,000 คันกระทบจราจร เตรียมประสานตำรวจตลอดทาง
เมื่อถูกถามถึงผลกระทบด้านการจราจร หากมีรถยนต์ประมาณ 1,000 คันเคลื่อนขบวนต่อเนื่องกันเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร กำนันมะโนยอมรับว่าอาจเกิดผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้เส้นทาง
อย่างไรก็ตาม กลุ่มมีแนวทางประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจทางหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการการเดินทางและลดผลกระทบให้มากที่สุด
“เราจะพยายามให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด”
กำนันมะโนยังระบุว่า ต้องการให้ภาพของประชาชนที่เดินทางมาร่วมกันสะท้อนถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริง และทำให้รัฐบาลเห็นถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
ย้ำไม่มีการเมืองหนุนหลัง เดินหน้าเรียกร้องปัญหาปากท้อง
กำนันมะโนปฏิเสธข้อสงสัยว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีนักการเมืองหรือกลุ่มผลประโยชน์อยู่เบื้องหลัง โดยยืนยันว่าตนไม่เคยเป็นหัวคะแนนให้นักการเมือง และเริ่มพูดถึงปัญหาของประชาชนมาต่อเนื่องหลายเดือนแล้ว
เขาระบุว่า จุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวมาจากความเดือดร้อนด้านเศรษฐกิจและค่าครองชีพ โดยเฉพาะประชาชนในภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกต่อเนื่อง ไม่สามารถกรีดยางได้ตามปกติ ขณะที่ผลผลิตปาล์มน้ำมันลดลง
นอกจากนี้ ยังมีปัญหายาเสพติดที่สร้างภาระให้ครอบครัวและชุมชน
“เรามาจากความรู้สึกของประชาชนที่เขาเดือดร้อนจริง ๆ”
กำนันมะโนยืนยันว่า การเคลื่อนไหวจะเกิดขึ้นตามกำหนด และมั่นใจว่าจะสามารถระดมรถได้ถึง 1,000 คันตามเป้าหมาย
อย่างไรก็ตาม การเดินทางจริงและจำนวนผู้เข้าร่วมยังต้องติดตามเมื่อถึงวันเริ่มเคลื่อนขบวน ขณะที่ข้อเรียกร้องและมาตรการตอบสนองของรัฐบาลจะเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป