เนชั่นทีวี

ข่าว

อนุทิน ลั่นไม่ประนีประนอม หมายจับ เบน สมิธ ฟอกเงินข้ามชาติ

28 ต.ค. 2569 | titayu_pur

อนุทิน ลั่นไม่ประนีประนอม หมายจับ เบน สมิธ ฟอกเงินข้ามชาติ

นายกฯ อนุทิน ยันไม่ประนีประนอม ปมศาลออก หมายจับ เบน สมิธ พร้อมพวก คดี ฟอกเงินข้ามชาติ-ซุกหุ้น ซัดแก๊ง สแกมเมอร์ ถ่วงเจริญประเทศ สั่งปราบให้สิ้นซาก

นายกฯ อนุทิน ยันไม่ประนีประนอม ปมศาลออก หมายจับ เบน สมิธ พร้อมพวก คดี ฟอกเงินข้ามชาติ-ซุกหุ้น ซัดแก๊ง สแกมเมอร์ ถ่วงเจริญประเทศ สั่งปราบให้สิ้นซาก

KEY

POINTS

  • นายกฯ ลั่นไม่ช่วยคนผิดคดี เบน สมิธ: อนุทิน ยืนยันไม่มีการประนีประนอมหรือช่วยเหลือผู้ต้องหาคดีฟอกเงินข้ามชาติและซุกหุ้นไทย ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
  • ชี้พวกสแกมเมอร์ถ่วงเจริญประเทศ: ซัดกลุ่มฟอกเงินและสแกมเมอร์เป็นอุปสรรคสำคัญที่ถ่วงการพัฒนาประเทศ พร้อมสั่งทุกหน่วยงานปราบปรามให้สิ้นซาก
  • ไฟเขียวขยายผลจับกุมเพิ่ม: มอบนโยบาย ตร., ปปง., DSI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลุยขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

28 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ลั่นไม่ประนีประนอมคนทำผิดกฎหมาย กรณีการออก หมายจับ นาย เบน สมิธ พร้อมพวกรวม 7 ราย เนื่องจากเป็นคดีใหญ่เกี่ยวกับการ ฟอกเงิน ข้ามชาติ และความผิดถือหลักทรัพย์ซุกหุ้นไทย ซึ่งเป็นภัยถ่วงความเจริญของประเทศ โดยยืนยันรัฐบาลไฟเขียวให้ตำรวจ, ปปง., DSI และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายผลลุยปราบแก๊ง สแกมเมอร์ และขบวนการฟอกเงินให้สิ้นซากโดยไม่มีการอุ้มใครทั้งสิ้น

 

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการออกหมายจับนายเบน สมิธ พร้อมพวก 6 ราย ในคดีฟอกเงินข้ามชาติ สมคบกันทำความผิด และความผิดเกี่ยวกับการถือหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทยโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ว่า ตนคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเรื่องใหม่ใด ๆ ทั้งสิ้น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

“ผมดีใจ และได้พูดกับ ผบ.ตร. เกี่ยวกับเรื่องสืบสวนสอบสวนในการดำเนินการทุกอย่างด้วยความโปร่งใส ซึ่งท่าน ผบ.ตร. ก็บอกว่า ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม แสดงว่าแนวนโยบายหรือแนวทางการดำเนินงานที่ผมได้มอบหมายให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องสืบสวนสอบสวนนำไปปฏิบัติ ทั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เขาก็รับไปดำเนินการ ซึ่งผมก็ดีใจลึก ๆ ว่าเราไม่ได้เตี๊ยมอะไรกัน ก็ชัดเจนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมิสเตอร์อะไร นายอะไร เป็นมาดามอะไร ถ้าเกิดทำผิดกฎหมาย ก็ต้องถูกดำเนินคดีตามบทบัญญัติของกฎหมาย”

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ตนคิดว่าผู้สื่อข่าวช่วยนำเสนอข่าวให้ประชาชนได้คลายความกังวลได้เลย ซึ่งเรื่องการช่วยไม่มี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ตนเป็นหัวหน้ารัฐบาลอยู่

“ไอ้เรื่องเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่ถ่วงการทำงานของรัฐบาล ใครทำผิดกฎหมาย ใครฟอกเงิน ใครทำสแกมเมอร์ มันเป็นการกระทำความผิดที่ถ่วงความเจริญของประเทศ รัฐบาลมีหน้าที่ความเจริญให้กับประเทศ ทำความงอกงามให้กับประเทศ และก็มาถูกไอ้พวกนี้ถ่วงเอา ๆ มันก็เดินหน้าไปไหนไม่ได้ ฉะนั้นสิ่งที่เราทำไม่มีทางเลือกอื่นก็คือต้องปราบปรามให้สิ้นซาก การปราบปรามให้สิ้นซากก็คือหน่วยงานทุกหน่วยงานจะได้รับการสนับสนุน ไฟเขียวทุกแยกจากรัฐบาลให้ไปดำเนินการให้เกิดความสงบเรียบร้อย และดำเนินคดีกับคนที่ทำผิดกฎหมายทุกคนให้ถึงที่สุด”

เมื่อถามว่า มีการรายงานผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ว่ายังอยู่ในประเทศ นายกรัฐมนตรีระบุว่า เราก็ขยายผลมาเรื่อย ๆ เมื่อวานก็มีเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งรายแล้ว เราก็ไม่ไปถาม เพราะเราคือนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้ารัฐบาล เรามอบนโยบายไปแล้วว่าเราไม่ประนีประนอมกับเรื่องการกระทำที่ทำผิดกฎหมายเหล่านี้ แนวทางการปฏิบัตินั้นปฏิบัติอย่างไร ยุทธการยุทธศาสตร์การดำเนินคดีก็ต้องเป็นหน้าที่ของหัวหน้าส่วนราชการแต่ละหน่วยงานที่จะต้องทำ

ข่าวล่าสุด