นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้เราทั้งสองได้ร่วมกันประชุมและมีผลสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง โดยพวกเราได้ยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะเสริมสร้างมิตรภาพอันยาวนานและผลักดันความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะประเด็นสำคัญ 4 ประการ
ดันข้อตกลง FTA ไทย-EFTA ดึงทุนอุตสาหกรรมไฮเทค
ประการแรก ความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนที่สวิตเซอร์แลนด์เป็นพันธมิตรการค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทยในยุโรป ปี 2025 และยังคงเป็นเช่นนั้นในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของเรา ทั้งนี้ เพื่อต่อยอดรากฐานที่แข็งแกร่งนี้ เราจึงได้หารือถึงการดำเนินการตามข้อตกลงการค้าเสรีไทย-สมาคมการค้าเสรียุโรป หรือ EFTA ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าการลงทุน ตลอดจนเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ ตนจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิสเดินทางมาพร้อมกับคณะผู้แทนภาคธุรกิจ ประเทศไทยยินดีต้อนรับการลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากสวิตเซอร์แลนด์ในอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีมูลค่าสูง รวมถึงความร่วมมือที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นในการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน
ชู Bangkok e-bus ตั้งเป้าขายคาร์บอนเครดิต 120 ล้านดอลลาร์ฯ
ประการที่สอง ความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ประเทศไทยและสวิตเซอร์แลนด์ทั้งสองได้บรรลุผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมภายใต้ข้อตกลงที่ 6 ของความตกลงปารีส ซึ่งตัวอย่างที่เด่นชัดคือโครงการยกระดับรถไฟฟ้าในกรุงเทพ หรือ Bangkok e-bus programme ที่ได้นำรถบัสไฟฟ้ากว่า 2,000 คัน มาให้บริการ ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มลพิษทางอากาศ และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนจากการต่อยอดความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จนี้ ซึ่งมูลนิธิ KliK คาดว่าจะรับซื้อคาร์บอนเครดิตเป็นมูลค่าประมาณ 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการอนุมัติที่จำเป็นของรัฐบาลทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตามนี่ถือเป็นโอกาสที่สำคัญในการระดมทุนเพื่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนโครงการด้านสภาพภูมิอากาศ และเร่งการเปลี่ยนผ่านของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
ยกระดับวิจัยนวัตกรรม ร่วมมือฝึกอบรมวิชาชีพเตรียมคนสู่อนาคต
ประการที่สาม ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สวิตเซอร์แลนด์มีจุดแข็งในด้านดังกล่าว อันจะช่วยส่งเสริมความมุ่งมั่นของไทยในการพัฒนาเศรษฐกิจ นวัตกรรม และขยายขีดความสามารถการแข่งขันให้สูงขึ้น เราได้หารือถึงความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการวิจัยร่วม การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการแปลงนวัตกรรมไปสู่การประยุกต์ใช้จริงในอุตสาหกรรม
ประการที่สี่ ด้านการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ ที่สวิตเซอร์แลนด์มีความเชี่ยวชาญด้านการฝึกอบรมวิชาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชื่อมโยงการศึกษากับภาคอุตสาหกรรม ที่เราหวังจะขยายความร่วมมือพัฒนาทักษะ แลกเปลี่ยนความรู้ การฝึกอบรมเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรของเราสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต นอกจากนี้ยังได้แลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับสถานการณ์ความท้าทายในภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงการปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์ หรือ online scam และการไหลเวียนของเงินทุนผิดกฎหมาย
สวิสขอบคุณไทยช่วยปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์–เชิญนายกฯ ถกต่อเมืองดาวอส
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนมีความเชื่อมั่นว่าการเยือนในครั้งนี้จะช่วยสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ๆ ให้กับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสวิตเซอร์แลนด์ และช่วยขับเคลื่อนประเด็นสำคัญร่วมกันให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ขอขอบคุณประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิสสำหรับมิตรภาพและการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีของเรา ตนตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างหุ้นส่วนที่แข็งแกร่ง และขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ขณะที่ ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส กล่าวขอบคุณประเทศไทยในการปราบปรามปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ที่พลเมืองสวิตเซอร์แลนด์มีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเป้าของเครือข่ายออนไลน์เหล่านี้ โดยยืนยันว่าพร้อมพัฒนาผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย
ก่อนทิ้งท้ายว่า ตนตั้งตารอที่จะได้พูดคุยหารือและแลกเปลี่ยนความเห็นเพิ่มเติมระหว่างประเทศไทย-สวิตเซอร์แลนด์ และพร้อมยินดีต้อนรับนายกรัฐมนตรีของไทยในโอกาสหน้า ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งหากมีโอกาส จะได้พูดคุยกันต่อในประเด็นปัญหาร่วมกันทั้งสองฝ่าย