ย้อนรอยประธานสภาตีกลับญัตติซักฟอก เกมยื้ออภิปรายไม่ไว้วางใจ
09 ต.ค. 2569 | titayu_pur

เช็กประวัติศาสตร์ย้อนรอยประธานสภาตีกลับญัตติซักฟอก ตั้งแต่ยิ่งลักษณ์ ประยุทธ์ ถึงแพทองธาร ส่องเกมการเมืองเตะถ่วงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ม.151 ของพรรคประชาชน
ข่าว
09 ต.ค. 2569 | titayu_pur

เช็กประวัติศาสตร์ย้อนรอยประธานสภาตีกลับญัตติซักฟอก ตั้งแต่ยิ่งลักษณ์ ประยุทธ์ ถึงแพทองธาร ส่องเกมการเมืองเตะถ่วงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ม.151 ของพรรคประชาชน
KEY
POINTS
9 ตุลาคม 2569 วาระสำคัญการเมืองไทย ศึกซักฟอกรัฐบาล ที่ฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาชน ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ที่ในขั้นตอนต่อไปหลัง ผู้นำฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวานนี้ (8 ต.ค.) คือกรอบเวลา 7 วัน หรือภายในวันที่ 14 ต.ค. ที่ประธานสภาฯ จะพิจารณาญัตติที่ยื่นมาว่า มีความถูกต้องตามข้อกำหนดของกฎหมายหรือไม่ ก่อนส่งต่อให้นายกรัฐมนตรี เพื่อชงเข้าที่ประชุม ครม.รับทราบ ก่อนนัดวิป 3 ฝ่ายหารือ เพื่อเคาะกำหนดวันเปิดการอภิปรายต่อไป
ทั้งนี้หากญัตติที่ฝ่ายค้านได้ยื่น หากไม่มีปัญหาอะไร ตามไทม์ไลน์ก็คาดว่า การซักฟอกจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือน ต.ค. หรือ ต้น พ.ย. แต่หากญัตติที่ยื่นมาติดขัดก็จะต้องตีกลับญัตติให้ฝ่ายค้านไปแก้ไข นับเป็นการถูกดองไว้ชั่วคราว และไม่เป็นไปตามที่ฝ่ายค้านวางธงต้องการอภิปรายแบบด่วนๆ นั่นคือ ปมปัญหาความถูกต้องของการร่างญัตติ จนเกิดการยื้อยุด ระหว่าง ฝ่ายประธานสภาฯ กับ ฝ่ายค้าน หรือถ้าจะมองว่า เป็นเกมการเมืองเตะถ่วงจากฝ่ายบริหารซ่อนอยู่ก็ไม่ผิด โดยเหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในการเมืองของไทยในอดีต
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาฯ ในขณะนั้น ได้สั่งให้ส่งคำร้องและญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน) กลับไปทบทวนและแก้ไข เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลท้วงติงเรื่องเอกสารแนบและการยื่นถอดถอนที่มีความคาบเกี่ยว รวมถึงข้อความบางส่วนที่มีการบรรยายพาดพิงบุคคลภายนอก
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ตีกลับหรือขอให้ฝ่ายค้านกลับไปทบทวนแก้ไขเนื้อหาคำบรรยายในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เนื่องจากในร่างญัตติเดิมมีการใช้ถ้อยคำที่พาดพิงเชื่อมโยงไปถึงเรื่องที่อาจกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือมีการใช้คำบรรยายที่ฟุ่มเฟือย-รุนแรงเกินขอบเขตข้อบังคับการประชุมสภาฯ ทางฝ่ายค้านจึงต้องนำกลับไปตัดแต่งข้อความและปรับสำนวนใหม่ให้เรียบร้อยก่อนจะนำมายื่นใหม่อีกครั้ง
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น สั่งตีกลับญัตติและมีหนังสือด่วนที่สุดให้ฝ่ายค้านนำกลับไปแก้ไข เนื่องจากมีการบรรยายข้อความพาดพิงและระบุชื่อ นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 พรรคร่วมฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาชน ได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียวตามมาตรา 151 โดยเนื้อหาในญัตติส่วนหนึ่งมีการบรรยายข้อกล่าวหาอย่างรุนแรงว่า
"นายกรัฐมนตรีสมัครใจยินยอมให้นายทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นบิดา ชี้นำ ชักใย ให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการอันเป็นเรื่องสำคัญของชาติบ้านเมือง ประพฤติตนเป็นเสมือนนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด โดยมีบิดาเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริงที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อการใช้อำนาจ"
ในช่วงต้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2568 หลังผ่านการตรวจสอบของสำนักงานเลขาธิการสภาฯ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อให้กลับไปตัดและแก้ไขเนื้อหา โดยอาศัยอำนาจตาม ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 ข้อ 176 ด้วยเหตุผลหลักคือ
การระบุชื่อตัวบุคคลภายนอกอย่างชัดเจนในญัตติ อาจทำให้บุคคลภายนอกได้รับความเสียหายโดยตรง และไม่มีโอกาสเข้ามาใช้เวทีสภาเพื่อแก้ต่างหรือชี้แจงข้อเท็จจริงได้
ประธานสภาฯ มองว่าฝ่ายค้านสามารถอภิปรายถึงเรื่องพฤติการณ์การครอบงำได้ แต่ไม่ควรเขียนระบุชื่อของบุคคลภายนอกลงไปในลายลักษณ์อักษรของตัวญัตติ
หลังจากญัตติถูกตีกลับ ในเวลาต่อมา (ประมาณวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2568) ทางแกนนำฝ่ายค้านจึงยอมดำเนินการปรับแก้ถ้อยคำในญัตติเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับสภาฯ โดยทำการ ตัดชื่อ "นายทักษิณ ชินวัตร" ออก แล้วเปลี่ยนไปใช้คำที่กว้างขึ้น เช่น "บุคคลในครอบครัว" หรือ "บุคคลภายนอก" แทน ก่อนที่จะส่งกลับมาให้ประธานสภาฯ บรรจุวาระ และเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจขึ้นในวันที่ 24–25 มีนาคม พ.ศ. 2568 ในที่สุด
ดังนั้น จึงต้องมาติดตามดูว่า ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ของพรรคฝ่ายค้าน เวอร์ชั่น ถล่ม 18 รัฐมนตรี ในรัฐบาลอนุทิน จะถูกตรวจสอบ และส่งตีกลับให้มีการแก้ไขข้อความ ถ้อยความใดหรือไม่ เพราะหากตีกลับ ก็ยิงจะทำให้ ไทม์ไลน์การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องขยับออกไปไม่ตรงตามธงที่ฝ่ายค้านตั้งใจ ก็ต้องเตรียมลับมีดกันใหม่ว่าจะได้อภิปรายกันกี่โมง