"ยศชนัน" ประกาศดันวิจัยไทยสู่ระดับโลก แก้กฎ-ดึงเอกชนหนุน Deep
25 ก.ย. 2569 | titayu_pur

"ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" รมว.อว. ประกาศดันงานวิจัยไทยสู่ระดับโลก ปลดล็อกกฎระเบียบ ดึงเอกชนร่วมทุน พาข้าม Valley of Death ด้วย Deep Tech สร้างเศรษฐกิจใหม่
ข่าว
25 ก.ย. 2569 | titayu_pur

"ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" รมว.อว. ประกาศดันงานวิจัยไทยสู่ระดับโลก ปลดล็อกกฎระเบียบ ดึงเอกชนร่วมทุน พาข้าม Valley of Death ด้วย Deep Tech สร้างเศรษฐกิจใหม่
KEY
POINTS
25 กันยายน 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อว. เข้าร่วมงานมอบรางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล จงเจตน์เมธีวิชญ์ ประจำปี 2569 เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ผลักดัน งานวิจัยไทย ให้เกิด Real World Impact พร้อมเร่งแก้ Pain Point พาผลงานก้าวข้ามช่วง Valley of Death โดยบูรณาการความร่วมมือภาครัฐและเอกชน ปลดล็อกกฎหมาย ดัน DeepTech สร้างเศรษฐกิจใหม่ ยกระดับ งานวิจัยไทย สู่สากล
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมงานประกาศผล "รางวัลมหาวิทยาลัยมหิดล-จงเจตน์เมธีวิชญ์" ประจำปี 2569 โดยได้กล่าวปาฐกถาพิเศษช่วงหนึ่งว่า การพัฒนางานวิจัย การที่เราสามารถเผยแพร่งานวิจัยให้กับคนทั่วไปได้เห็นถึงคุณค่านั้น แต่คนเพียงคนเดียวก็ไม่มีแรงพอที่จะทำได้ ดังนั้นเราต้องร่วมกันทำให้ทุกคนเห็นคุณค่าในงานวิจัย เพราะผู้ที่ได้รับรางวัลนี้มีเจตนาที่จะนำองค์ความรู้ต่างๆ มาสร้างประโยชน์ให้กับสังคม ซึ่งเราต้องช่วยกันทำให้เห็นว่ารางวัลที่ได้มานั้นสามารถต่อยอดอะไรได้บ้าง
เพราะฉะนั้นเราอยากให้คนทั้งโลกมาช่วยกันสนับสนุน ต้องให้คนหมู่มากมาสนับสนุนโดยเริ่มจากคนไทยด้วยกันมาสนับสนุนงานวิจัยเพื่อให้เกิดการต่อยอดก่อน ช่วยให้สิ่งที่พยายามมาเกิดขึ้นได้จริง และเมื่อทุกคนสนใจก็สามารถที่จะทำให้ผลงานวิจัยมีภาคอุตสาหกรรมมาสนับสนุนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งรางวัลนี้ไม่ใช่จุดสุดท้ายของงานวิจัย แต่เราอยากที่จะต่อยอดงานวิจัยให้คนได้รู้จักกว้างขวางขึ้นและได้รับการสนับสนุนเผยแพร่ไปทั่วโลก
นายยศชนัน กล่าวอีกว่า การที่เราจะสร้างคนที่มีคุณภาพคนหนึ่งขึ้นมา ไม่ใช่ปล่อยให้ทำอยู่คนเดียว แต่เราจะต้องทำให้คนทั้งประเทศเห็นว่างานวิจัยนี้สามารถทำอะไรได้บ้าง ตนขอเน้นว่านอกจากงานวิจัยที่ได้รับรางวัล ผู้ได้รับรางวัลวันนี้ก็ได้ทำการวิจัยมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ปัญหาชายแดนหรือเรื่องปัญหาสุขภาพ ซึ่งทั้งหมดก็ได้ใช้การศึกษาเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. อยากจะผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่เพื่อทำให้ทุกคนเห็นว่าประเทศไทยได้สร้างผู้วิจัยขึ้นมา โดยมีคนไทยทั้งประเทศให้การสนับสนุน
วันนี้ตนมองว่าถึงเวลาแล้วที่จะทำให้ประเทศไทยเกิดความเท่าเทียมกัน ซึ่งหากเราหยิบแผนงานที่ดีที่สุดและยังไม่มีใครมองเห็นมาช่วยกันผลักดันให้ได้ปีละ 1-2 เรื่องในเวลา 10 ปี เราก็จะสามารถกระจายองค์ความรู้ดีๆ ไปได้จำนวนมาก นี่คือคุณูปการที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย นี่คือโอกาสที่เราพยายามจะทำให้เกิดการสนับสนุนจากคนทุกรุ่น และมีคนเห็นคุณค่าและมูลค่าในงานวิจัย
จากนั้น นายยศชนัน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการสนับสนุนงานวิจัยของประเทศไทยว่า รางวัลดังกล่าวเป็นรางวัลที่จัดขึ้นเพื่อต่อยอดให้กับผู้ที่ทำความดีเกี่ยวกับผลงานวิจัย เพื่อทำให้สามารถขยายผลงานก้าวไปสู่การสร้างผลกระทบที่เกิดประโยชน์จริง หรือ Real World Impact ที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมทั้งในระดับประเทศและระดับโลก
นายยศชนัน กล่าวว่า การจะขับเคลื่อนงานวิจัยให้สำเร็จต้องได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ซึ่งการคัดเลือกผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลในครั้งนี้ มีกระบวนการ Peer Review จากกรรมการภายนอก เพื่อพิจารณาว่าผลงานวิจัยใดที่ประเทศไทยควรได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุน อันจะนำไปสู่การสร้างเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ (New Economic Engine) รวมถึงการแก้ปัญหาสังคมในเชิงบวกผ่านเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในส่วนของนักวิจัยดีเด่นที่มีผลงานมานานพร้อมก้าวออกไป และนักวิจัยรุ่นใหม่ที่เป็นสารตั้งต้นในการสร้างผลกระทบเชิงบวกเพิ่มเติม
ส่วนบทบาทของภาครัฐที่จะทำการสนับสนุนงานวิจัยนั้น นายยศชนัน ชี้ว่า ภาครัฐต้องเข้ามาสนับสนุนในเรื่องของเครือข่าย (Network) ร่วมกับหน่วยงานภาคเอกชน และหน่วยงานที่ดูแลด้านกฎระเบียบต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้นำงานวิจัยดีๆ ออกสู่สายตาผู้คนและนำไปใช้ประโยชน์ได้ในสเกลที่ใหญ่ขึ้น รวมถึงการสนับสนุนทุนวิจัยที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามถึง Pain Point สำคัญของนักวิจัยไทย นายยศชนัน ระบุว่า Pain Point คือเรื่องของการได้รับการสนับสนุน โดยเฉพาะจากหน่วยงานภาครัฐและผู้ที่มีความเข้าใจในเรื่องวิทยาศาสตร์เชิงลึกและสังคมศาสตร์เชิงลึก เพื่อช่วยเชื่อมโยงและนำพาผลงานวิจัยก้าวข้ามผ่านช่วงที่เรียกว่า "Valley of Death" หรือจุดที่ไม่สามารถก้าวผ่านข้อติดขัดด้านเงินทุน กฎเกณฑ์ และมาตรฐานต่างๆ ได้ ซึ่ง อว. พร้อมจะเข้ามาช่วยเหลือในจุดนี้เพื่อสนับสนุนนักวิจัยอย่างตรงจุดต่อไป