ปัจจุบัน น้ำมัน B20 มีปริมาณการใช้อยู่ประมาณ 3 ล้านลิตรต่อวัน และน้ำมัน E20 ประมาณ 6.5 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B7 ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำคัญของภาคขนส่ง ภาคการเกษตร ภาคการผลิต และรถเชิงพาณิชย์ มีปริมาณการใช้อยู่ประมาณ 62 ล้านลิตรต่อวัน
ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ขอตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดรัฐบาลจึงเลือกพิจารณาลดภาษีเฉพาะ E20 และ B20 ในช่วงเวลานี้ และเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดทางกฎหมายที่กำลังจะไม่เปิดให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปชดเชยน้ำมันทั้งสองประเภทต่อไปหรือไม่
ดังนั้น หากรัฐบาลมีเป้าหมายในการลดต้นทุนการขนส่ง บรรเทาค่าครองชีพ และลดแรงกดดันต่อราคาสินค้า การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล B7 ย่อมเป็นมาตรการที่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชนในวงกว้างได้มากกว่า
และจากกรณีที่ฝ่ายรัฐบาลออกมาโต้แย้งว่าการลดภาษีน้ำมันดีเซล อาจเป็นการช่วยเหลือเพียงบางกลุ่มนั้น พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า ประเด็นดังกล่าวไม่ถูกต้อง เนื่องจากน้ำมันดีเซลเป็นต้นทุนหลักของระบบขนส่งและการผลิตสินค้า หากต้นทุนพลังงานลดลง ก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ที่จะต้องกำกับดูแลไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสคงราคาสินค้าไว้ในระดับเดิม