พร้อมกันนี้ นายสนธิ ได้กล่าวถึงกรณีการลงถนนไม่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลลาออกหรือไล่ออก แต่เป็นกรณีกลุ่มเทา ทั้งจีนเทา ยิวเทา อินเดียเทา และรัสเซียเทา รวมทั้งไทยเทา ขบวนเทาเหล่านี้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องดำเนินการ และได้ออกระเบียบใหม่ โดยเนรเทศยิวเทาออกนอกประเทศไทยไปแล้วหนึ่งคน และต้องการให้รัฐบาลเลิกทำความชั่ว เลิกอุ้มจีนเทา ยิวเทา
นี่คือสาเหตุที่ต้องออกมารวมตัวเรียกร้องต่อสู้เพื่อขอประเทศไทยคืนมา ประเทศไทยของเราต้องมีศักดิ์ศรีเพื่อให้เป็นของคนไทย
“ถ้าต้องตายในระหว่างการเรียกร้องให้ประเทศไทยกลับมาเป็นของเรา ผมยอมตาย ตอนนี้ผม 72 ปีแล้ว หลายคนด้อยค่าว่า ม็อบผมเป็นม็อบน้ำหมาก แต่ก็ไม่เป็นไร หากศรัทธาในสิ่งที่ตนเองพูดก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น ต่อให้มีผมคนเดียวผมก็จะสู้”
นายสนธิ กล่าวอีกว่า ตนเองรวมถึงเครือข่ายจะไม่หยุดแค่นี้ เมื่อยื่นหนังสือที่สถานทูตอิสราเอลแล้ว ก็จะเรียกมวลชนของเราทั่วประเทศมาฟังว่า เห็นด้วยหรือไม่จะออกมาเรียกร้องประเทศไทยให้กลับมาเป็นของคนไทย และตนเองไม่ได้ต้องการไล่รัฐบาล แต่ต้องการไม่ให้รัฐบาลอยู่อย่างเป็นสุข และถ้าการกดดันของพวกเราทำให้อนุทินเลิกเต้นรำทำเพลง และตัดสินใจเด็ดขาด เพื่อประชาชนทั้งประเทศ อย่ามาอ้างประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของประเทศไทย แต่ประชาชนของพวกคุณเท่านั้นที่เป็นของประเทศไทย ส่วนคนอื่นถูกพวกคุณเหยียบย่ำ ยากจน
นายสนธิ ยังตอบคำถามสื่อมวลชนด้วยว่า การชุมนุมแบบปักหลักพักค้างคงไม่ได้ แต่เชื่อว่าจะรุนแรงมาก และเราวางแผนไว้หมดแล้ว เริ่มจากวันที่ 10 ก.ย.นี้ก่อน รวมถึงจับตาดูวันที่ 14 ก.ย.นี้ ถ้า กกต. ตัดตอนไม่ส่งฟ้องเรื่อง สว. ก็ได้เห็นดีกันแน่ และจะชุมนุมใหญ่แน่นอน
ส่วนการชุมนุมจะถี่แค่ไหน นายสนธิ ระบุว่า ขึ้นอยู่กับความชั่วของรัฐบาล ตนเองจะเดินสายไปตามพรรคต่างๆ ด้วย ซึ่งนักการเมืองพรรคภูมิใจไทยอยู่บนความเท็จ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าบ้านพระอาทิตย์ มีมวลชนที่มาร่วมสนับสนุนการชุมนุมของนายสนธิ ส่งเสียงเชียร์ และเฮ ตลอดการแถลงข่าวด้วย โดยหลังการแถลงข่าว นายสนธิ ได้ลงไปพบปะพูดคุยกับมวลชน เพื่อเน้นย้ำถึงการชุมนุมที่จะเริ่มต้นในวันที่ 10 ก.ย. 69 ที่หน้าสถานทูตอิสราเอล