เนชั่นทีวี

ข่าว

เบื้องหลัง "คุยกับ ครม.อนุทิน" ยุทธศาสตร์ส่ง รมต. ชนประเด็นร้อนกู้เชื่อมั่น

05 ก.ย. 2569 | thamsathit_pol

เบื้องหลัง "คุยกับ ครม.อนุทิน" ยุทธศาสตร์ส่ง รมต. ชนประเด็นร้อนกู้เชื่อมั่น

เผยเบื้องหลัง รัฐบาลปรับทัพ ยุทธศาสตร์ประชาสัมพันธ์ครั้งใหญ่เปิดฉาก รายการ "คุยกับ ครม.อนุทิน” หวังใช้โมเดลสื่อสารตรง ทลายกำแพงข่าวลวง สยบประเด็นร้อน และกู้เรตติ้งความเชื่อมั่นจากประชาชนในภาวะการเมืองรุมเร้า

5 กันยายน 2569  รายการใหม่ "คุยกับ ครม.อนุทิน" ได้ประเดิมออนแอร์กันไปแล้วเมื่อช่วงเช้าของวันเสาร์ เวลา 09.05  น. ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือ ช่องเอ็นบีที 11  พร้อมกับทุกแพลทฟอร์ม   นี่เป็นรายการใหม่ที่ถูกจัดขึ้นในรัฐบาลอนุทิน 2 หากเราควรมาสำรวจกันสักหน่อย เบื้องหลังการใช้พื้นที่สื่อภาครัฐเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ งานรัฐบาลในช่วงเวลานี้ จากสาเหตุใด

ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา วิกฤตความนิยมที่ดิ่งลงตามผลสำรวจของสำนักโพลต่าง ๆ กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำให้รัฐบาลต้องปรับทัพยุทธศาสตร์การประชาสัมพันธ์ครั้งใหญ่  นับตั้งแต่ การส่งสัญญาณปรับเปลี่ยนตัวโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีข่าวสะพัดหนักว่าจะมีการเสนอชื่อ  นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ หรือ "หมอเอก" มาแทน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โดยคาดว่าจะมีการเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้า 

เบื้องหลัง "คุยกับ ครม.อนุทิน" ยุทธศาสตร์ส่ง รมต. ชนประเด็นร้อนกู้เชื่อมั่น

วงในแจ้งว่า นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ต้องการให้ น.ส.รัชดา ขยับไปดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อโฟกัสและดูแลงานด้านกลุ่มสตรีในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะ เนื่องจากเธอมีฐานข้อมูลและขับเคลื่อนงานในมิตินี้มาระยะหนึ่งแล้ว 

ขณะเดียวกัน การดึง หมอเอก มาเป็นว่าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น  รัฐบาลต้องการปรับกลยุทธ์ยุทธศาสตร์การประชาสัมพันธ์ใหม่เพื่อรับมือกับสถานการณ์ทางการเมืองที่รุมเร้าและโต้กลับข่าวลวง (Fake News) ซึ่ง "หมอเอก" มีจุดเด่นด้านประสบการณ์ทางการเมือง (อดีต สส.) และมีความเป็น "ยังบลัด" ทันเกมการเมือง จึงถูกดึงเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการแถลงข่าวให้มีความรวดเร็ว ทันสถานการณ์ และเข้าถึงประชาชนได้ดียิ่ง

 

อย่าลืมว่า ในช่วงต้นสัปดาห์ของเดือนกันยายนที่ผ่านมา "ครม.อนุทิน" เดินแผนจัดประชุมครม.สัญจร ประเดิมไปแล้ว ที่ อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดย หว่านงบกว่า 50,000 ล้านเนรมิตโครงการพัฒนา ให้กับ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และยังมีแผนที่จะจัดประชุมครม.สัญจร ครั้งที่ 2/2569  ณ ดินแดนภาคอีสาน จ.อุดรธานี  

เบื้องหลัง "คุยกับ ครม.อนุทิน" ยุทธศาสตร์ส่ง รมต. ชนประเด็นร้อนกู้เชื่อมั่น

เมื่อมองกลับมาดูที่การเปิดตัวรายการใหม่ “คุยกับ ครม.อนุทิน” ในทุกวันเสาร์ ทางช่อง NBT และแพลตฟอร์มออนไลน์  จึงปฎิเสธไม่ได้เลยว่า เป็นกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อชิงพื้นที่สื่อและสร้างผลงานกลบกระแสเชิงลบ ในช่วงเวลาที่รัฐบาลกำลังเผชิญหน้ากับมรสุมการเมืองรอบด้าน

โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมืองในเดือนกันยายน ถือเป็นเดือนอันตราย ที่มีมรสุมโหมกระหน่ำรัฐบาลอย่างหนักหน่วง ดังนั้น การขยับกลยุทธ์สื่อสารชิงพื้นที่สื่อสร้างกระแสให้มาจับตาผลการทำงานรัฐบาลจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด เพื่อกลบความเคลื่อนไหวของฝ่ายต่างๆ ที่กำลังสรรหาประเด็นร้อนมากัดกร่อนรัฐบาล 

ส่องปฏิทินความเคลื่อนไหวไม่มีข่าวดีให้รัฐบาล 

7-9 กันยายน ศึกงบประมาณ- มวลชนลงถนน 

การอภิปรายโหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 70 และการเตรียมรับมือศึกซักฟอกจากฝ่ายค้านที่จ้องถล่มแผลการทำงาน โดยเป็นที่แน่นอนแล้วว่า ญัตติการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี2570 วาระ 2 - 3 จะเข้าที่ประชุมสภาฯ ระหว่างวันที่ 7- 9 กันยายน นี้ตามมาด้วย การประกาศกร้าวของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นัดหมายมวลชนลงถนน เพื่อทวงคืนแผ่นดินไทย ในวันที่ 7 กันยายน 

14 กันยายน  กกต.ดีเดย์นัดลงมติปมร้อนคดีฮั้ว สว. 

ประเด็นความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาที่ยังคงเป็นชนวนระเบิดทางการเมือง ซึ่งกกต. ออกมาป่าวประกาศจะลงมติแน่นอนในวันที่ 14 กันยายน หรือถัดจากศึกโหวตงบประมาณปี 2570 ไปแค่หนึ่งสัปดาห์

28 กันยายน ศาลรธน.นัดชี้ชะตาปมบัตรเลือกตั้ง 

การรอฟังคำวินิจฉัยสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและโครงสร้างอำนาจของรัฐบาลโดยตรง

เกมซ้อนเกมของฝ่ายค้าน (ม.152 ควบ ม.151)

นอกเหนือจากมรสุมข้างต้น ฝ่ายค้านได้วางยุทธศาสตร์เปิดศึกสองเด้ง โดยเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 เพื่อเปิดแผลภาพรวมความล้มเหลว และตามด้วยการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติรายบุคคลตามมาตรา 151 เพื่อล็อกเป้าเชือดแกนนำรัฐบาลในช่วงปลายปี

ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ประเดิมรายการ "คุยกับครม.อนุทิน"  เป็นคนแรก ว่าด้วยเรื่อง ปฏิรูประบบราชการ  ภาพจาก เอ็นบีที

การเปิดพื้นที่สื่อสารตรงในวันเสาร์นี้ ประเดิมรายการ EP. แรก ด้วยให้ ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯมาชี้แจงการปฏิรูประบบราชการและจะมีรองนายกฯ ไปถึงนายกฯ มาอรรถาธิบายต่อประชาชน ในคราวถัดไป

จึงเป็นเสมือน "โล่กำบังทางการเมือง" เพื่อดึงกระแสความสนใจของสังคมกลับมาสู่นโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ก่อนที่ประเด็นร้อนเหล่านี้จะรุมสกรัมจนรัฐบาลตั้งหลักไม่ทัน

ชิงพื้นที่ออนไลน์ ดึงเรตติ้งความเชื่อมั่น

ความพยายามครั้งนี้ จับตาไปที่การ "โหมโรงบนโซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์ม" รัฐบาลตระหนักดีว่าการพึ่งพาเพียงสถานีโทรทัศน์ช่อง NBT แบบเดิมไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนวัยทำงานได้ การเปิดหน้าชกบนโลกออนไลน์และดึงประเด็นร้อนที่สังคมสนใจมาตอบในรายการ จึงเป็นกลยุทธ์ชิงมวลชนเพื่อหวังดึงเรตติ้งความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา

การปรับแผนพีอาร์เชิงรุกดีเดย์วันเสาร์นี้ คือ การเดิมพันครั้งสำคัญของรัฐบาล เป็นการใช้กลยุทธ์ "ชิงพื้นที่สื่อเพื่อเปลี่ยนเกมรับให้เป็นเกมรุก"

หากรายการนี้สามารถสื่อสารได้โดนใจและชี้แจงผลงานได้ชัดเจน จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้รัฐบาลฝ่าวงล้อมมรสุมการเมืองในเดือนกันยายนนี้ไปได้

แต่ในทางกลับกัน หากเนื้อหาในรายการยังคงเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อแบบเดิม ๆ โดยไม่มีคำตอบที่สังคมคาดหวัง รายการนี้ก็อาจกลายเป็นชนวนที่ตอกย้ำวิกฤตศรัทธาให้ดิ่งลึกลงไปอีก

ข่าวล่าสุด