สภาสหรัฐผ่านกฎหมายแซงก์ชันรัสเซีย รอลุ้นทรัมป์ลงนาม
16 ก.ย. 2569 | apirak_pra

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จ่อลงมติร่างกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย-อิหร่าน ตั้งเป้าบีบภาคพลังงาน รอลุ้น "ทรัมป์" ลงนาม
ข่าว
16 ก.ย. 2569 | apirak_pra

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จ่อลงมติร่างกฎหมายคว่ำบาตรรัสเซีย-อิหร่าน ตั้งเป้าบีบภาคพลังงาน รอลุ้น "ทรัมป์" ลงนาม
KEY
POINTS
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีกำหนดลงมติในวันพุธที่ 16 กันยายน 2569 ต่อร่างกฎหมายคว่ำบาตรฉบับครอบคลุมเพื่อยกระดับแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อประเทศรัสเซีย จากกรณีการรุกรานยูเครน โดยร่างกฎหมายดังกล่าวมีชื่อว่า "Lindsey O. Graham Sanctioning Russia and Iran Act of 2026" เพื่อเป็นเกียรติแก่ นายลินด์ซีย์ เกรแฮม อดีตสมาชิกวุฒิสภาฝ่ายรีพับลิกันจากรัฐเซาท์แคโรไลนา ซึ่งเป็นผู้เสนอกฎหมายนี้เป็นคนแรกเมื่อเดือนเมษายน 2025 ก่อนจะเสียชีวิตลงอย่างกะทันหันเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านการอนุมัติจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 86 ต่อ 11 เสียงเมื่อเดือนที่แล้ว โดยหากสภาผู้แทนราษฎรลงมติผ่านร่างในครั้งนี้ จะส่งเรื่องต่อไปยังทำเนียบขาวเพื่อให้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายทันที
สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ มุ่งเป้าไปที่การคว่ำบาตรอุตสาหกรรมพลังงานและกลาโหมของรัสเซียอย่างหนัก รวมถึงการกวาดล้าง "กองทัพเรือเงา" (Shadow fleet) หรือเรือบรรทุกน้ำมันที่รัสเซียใช้ในการหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรที่มีอยู่ในปัจจุบัน
นอกจากนี้ กฎหมายยังมอบอำนาจให้ประธานาธิบดีทรัมป์ สามารถกำหนดภาษีศุลกากรระดับสูงกับประเทศที่ยังคงพึ่งพาหรือนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย เช่น จีน และอินเดีย ควบคู่ไปกับการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อประเทศอิหร่าน ซึ่งถูกระบุว่าให้การสนับสนุนด้านยุทโธปกรณ์แก่กองทัพรัสเซีย
แม้ว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน จะเคยเดินทางมาเยือนสภาสหรัฐฯ เพื่อเรียกร้องให้ผ่านกฎหมายดังกล่าวและออกมาชื่นชมว่า "ความเข้มแข็งเท่านั้นที่ใช้ได้ผล" แต่ร่างกฎหมายนี้กลับเผชิญแรงต้านทานอย่างหนักจากสมาชิกสภาฝ่ายเดโมแครต นำโดย นายเกรเกอรี มีกส์ สส.นิวยอร์ก ซึ่งมองว่าร่างกฎหมายฉบับนี้มอบอำนาจการตั้งภาษีศุลกากรให้แก่ทรัมป์มากเกินไป จนอาจนำไปใช้เล่นงานประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ เอง ขณะเดียวกันก็เปิดช่องให้ทรัมป์สามารถ "ยกเว้น" การคว่ำบาตรรัสเซียได้อย่างง่ายดาย
ขณะที่สมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนก็คัดค้านร่างกฎหมายนี้ เนื่องจากมองว่ามาตรการคว่ำบาตรเป็นการแทรกแซงระบบตลาดเสรี และขัดต่อหลักการนโยบายอเมริกาต้องมาก่อน (America First) อีกทั้งยังมีความกังวลถึงผลกระทบทางการเมืองจากการตั้งกำแพงภาษีที่อาจดันให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศพุ่งสูงขึ้น ก่อนที่จะถึงศึกเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้
อย่างไรก็ดี ฝ่ายสนับสนุนนำโดย นายไมเคิล แมคคอล สส.ฝ่ายรีพับลิกัน ย้ำว่าการผ่านกฎหมายนี้จะส่งสัญญาณสำคัญไปถึงวลาดิเมียร์ ปูติน และทั่วโลก ว่าสหรัฐฯ ยังคงยืนหยัดเคียงข้างยูเครน และจำเป็นต้องเปลี่ยนสมการทางการเมืองเพื่อไม่ให้รัสเซียสามารถหาเงินทุนมาอุดหนุนสงครามได้อย่างไม่สิ้นสุด