เนชั่นทีวี

ข่าว

สรุปสงครามตะวันออกกลาง: ซาอุฯ สกัดโดรนฮูตีถล่มมักกะฮ์-สภาสหรัฐฯ ผ่านมติยับยั้งศึก

16 ก.ย. 2569 | apirak_pra

สรุปสงครามตะวันออกกลาง: ซาอุฯ สกัดโดรนฮูตีถล่มมักกะฮ์-สภาสหรัฐฯ ผ่านมติยับยั้งศึก

ระทึก! ซาอุฯ สกัดโดรนฮูตีถล่มเมืองมักกะฮ์ ขณะสภาสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมายยับยั้งอำนาจสงครามทรัมป์ในอิหร่าน

ระทึก! ซาอุฯ สกัดโดรนฮูตีถล่มเมืองมักกะฮ์ ขณะสภาสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมายยับยั้งอำนาจสงครามทรัมป์ในอิหร่าน

KEY

POINTS

  • ซาอุดีอาระเบียสามารถสกัดและทำลายโดรนของกลุ่มฮูตีที่ถูกส่งมาเพื่อโจมตีนครมักกะฮ์และภูมิภาคอัลมะดีนะฮ์ได้สำเร็จ
  • สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมายเพื่อจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีในการดำเนินกิจกรรมทางการทหารต่ออิหร่านโดยไม่ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา
  • การผ่านมติของสภาสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังงบประมาณสงครามในอิหร่านพุ่งสูงกว่า 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ และกระทบต่อคลังยุทโธปกรณ์ของประเทศ
  • แม้มีความพยายามยับยั้งศึก แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังเตรียมอนุมัติแพ็กเกจอาวุธมูลค่า 2.8 พันล้านดอลลาร์ให้แก่อิสราเอล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 โดย พลตรี ตูร์กิ อัล-มาลิกี โฆษกกองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า ระบบป้องกันทางอากาศของซาอุดีอาระเบีย สามารถสกัดและทำลายโดรนไร้คนขับของกลุ่มฮูตีในเยเมน ที่ถูกส่งเข้ามาหวังโจมตีเขตน่านฟ้าและพื้นที่เป้าหมายใกล้กับนครมักกะฮ์ (Mecca) รวมถึงภูมิภาคอัลมะดีนะฮ์ (Medina) ได้สำเร็จ

 

เหตุการณ์ดังกล่าวนำมาซึ่งการประณามอย่างรุนแรงจากองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) โดยเลขาธิการ OIC ระบุว่า การส่งโดรนโจมตีศาสนสถาน มัสยิด และเป้าหมายพลเรือน ถือเป็นการก่อการร้ายที่ละเมิดค่านิยมของศาสนาอิสลามและกฎหมายสากลอย่างร้ายแรง พร้อมประกาศสนับสนุนมาตรการคุ้มครองอธิปไตยและความมั่นคงของซาอุดีอาระเบียอย่างเต็มที่

 

ขณะเดียวกัน ทางด้านการทูต นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้ออกเดินทางไปยังประเทศจีน เพื่อร่วมหารือกับ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ในฐานะที่รัฐบาลปักกิ่งกำลังเร่งสวมบทบาทตัวกลางไกล่เกลี่ยเพื่อยุติสงครามในภูมิภาค

สภาสหรัฐฯ ผ่านมติจำกัดอำนาจสงครามทรัมป์ หลังงบพุ่งทะลุ 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์

 

ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้ลงมติผ่านร่างข้อมติใช้อำนาจทางการทหาร (War Powers Resolution) ด้วยคะแนนเสียง 220 ต่อ 204 เสียง เพื่อยุติการดำเนินกิจกรรมทางการทหารต่อประเทศอิหร่านที่ปราศจากการอนุมัติจากรัฐสภา ซึ่งนับเป็นการลงมติผ่านร่างกฎหมายลักษณะนี้เป็นครั้งที่ 3 ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยมี ส.ส. พรรครีพับลิกัน 7 ราย ตัดสินใจลงคะแนนร่วมกับพรรคเดโมแครต

 

การลงมติของรัฐสภาสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจากสำนักงบประมาณแห่งรัฐสภา (CBO) เผยแพร่รายงานระบุว่า สงครามในอิหร่านที่ดำเนินมานานกว่า 6 เดือน ได้สร้างภาระค่าใช้จ่ายให้แก่สหรัฐฯ ไปแล้วมากกว่า 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำลังเพิ่มขึ้นในอัตรา 3 พันล้านดอลลาร์ต่อเดือน นอกจากนี้ รายงานยังเตือนว่า การรับมือด้วยระบบป้องกันทางอากาศอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คลังยุทโธปกรณ์จรวดมิสไซล์ยิงสกัดของสหรัฐฯ ลดลงจนถึงระดับวิกฤต ซึ่งอาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานหลายปี ตลอดจนส่งผลกระทบให้เกิดภาวะเงินเฟ้อในประเทศเพิ่มขึ้นอีก 0.5% ในช่วงต้นปีหน้า

สหรัฐฯ เตรียมอนุมัติอาวุธ 2.8 พันล้านให้อิสราเอล - ตลาดน้ำมันผันผวน

 

แม้รัฐสภาจะพยายามยับยั้ง แต่มีรายงานว่ารัฐบาลทรัมป์เตรียมอนุมัติแพ็กเกจความช่วยเหลือทางการทหารระลอกใหม่ให้แก่อิสราเอลมูลค่า 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงระเบิดทำลายล้างสูงน้ำหนัก 2,000 ปอนด์ (Mk84) และระเบิด BLU-117 รวมกว่า 40,000 ลูก ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ยกระดับการเตือนภัยการเดินทางสู่อาณาจักรซาอุดีอาระเบียเป็นระดับ 3 (Reconsider Travel) จากความเสี่ยงถูกโจมตีด้วยโดรนและมิสไซล์

 

ในส่วนของตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลก ปริมาณการเดินทางของเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียง 4 ลำต่อวัน ขณะที่การปิดท่อส่งน้ำมันตะวันออก-ตก (East-West Pipeline) ในซาอุดีอาระเบียหลังถูกโจมตี ส่งผลให้อุปทานน้ำมันโลกหายไปถึง 4-5% อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 107.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังมีรายงานตัวเลขคลังน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินคาด

ข่าวล่าสุด