“พลตรี ช.” อุทธรณ์ขอแก้โทษ - รอลงอาญา
ต่อมา จำเลยยื่นอุทธรณ์ต่อศาลทหารกลาง ขอให้ยกฟ้องในฐานความผิดตามมาตรา 151 และขอให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งมีอัตราโทษเบากว่า พร้อมขอให้ศาลลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ
แต่ศาลทหารกลางพิจารณาแล้วมีคำพิพากษายืนตามศาลทหารกรุงเทพ ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ซึ่งเป็นบทหนักตามที่ศาลทหารกรุงเทพพิพากษา มิใช่ความผิดบทเบาตามมาตรา 157 ตามที่จำเลยอุทธรณ์
รอดคุก! ศาลปรานีให้รอการลงโทษ - ปรับเพิ่ม 9 หมื่น
อย่างไรก็ดี ศาลพิจารณาเห็นว่า จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา และไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี ประกอบกับปัจจุบันจำเลยมีอายุถึง 79 ปี และป่วยด้วยโรคมะเร็งตับ ซึ่งต้องเข้ารับการรักษาจากแพทย์อย่างต่อเนื่องและต้องรับการตรวจติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ตามเอกสารใบรับรองแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
นอกจากนี้ จำเลยยังได้บรรเทาผลร้ายด้วยการนำเงินมาชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดตามส่วนการรับผิด เป็นจำนวนเงิน 1,782,035.50 บาท คืนให้แก่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาเรียบร้อยแล้ว
เมื่อคำนึงถึงอายุ ประวัติ ความประพฤติ สุขภาพ การรู้สึกความผิด และการบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ประกอบกับสภาพความผิด จึงมีเหตุสมควรปรานีตามกฎหมาย พิพากษาแก้ให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 5 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด
แต่เพื่อให้จำเลยรู้สึกหลาบจำ ศาลจึงมีคำพิพากษาเพิ่มโทษปรับอีกกระทงละ 30,000 บาท (ตามอัตราโทษของกฎหมายเดิมขณะกระทำความผิด) ลดโทษตามมาตรา 78 ลงกึ่งหนึ่ง คงปรับกระทงละ 15,000 บาท รวมโทษปรับ 6 กระทง เป็นเงินทั้งสิ้น 90,000 บาท
แจงส่งท้าย ศาลทหารกลางไร้อคติ
ท้ายเอกสารข่าวยังระบุว่า ตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 คู่ความยังคงมีสิทธิฎีกาคำพิพากษาของศาลทหารกลางได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของอัยการสูงสุดที่จะพิจารณาใช้สิทธิยื่นฎีกาต่อไปหรือไม่ ซึ่งในกระบวนการพิจารณาคดี ศาลทหารกลางได้ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดมั่นในความเป็นกลาง ปราศจากอคติ และอำนวยความเป็นธรรมตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายแก่ทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม
นักกฎหมายกองทัพเห็นแย้ง ควรรับโทษก่อน
มีรายงานจากแหล่งข่าวในกองทัพว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นชอบให้อัยการสูงสุดไม่ต้องฎีกา อย่างไรก็ดี ยังไม่มีเอกสารหรือหลักฐานอื่นใดยืนยันข่าวนี้
ด้านแหล่งข่าวซึ่งอยู่ในหน่วยงานด้านกฎหมายของกองทัพให้ความเห็นว่า ศาลทหารกลางให้เหตุผลเรื่องจำเลยอายุมากและป่วยเป็นมะเร็ง จึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 5 ปี แต่ตนเห็นแย้งว่า กรณีอายุมากกับมีโรคภัยไข้เจ็บหนัก ก็ควรต้องรับโทษจำคุกก่อน แล้วจึงหาเหตุบรรเทาหลังจากนั้น เพื่อความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรม