เนชั่นทีวี

ข่าว

“พ.ต.อ.ทวี” เผย AI ถอดรหัสไฟล์ 200 ล้านภาพ จับพิรุธฮั้ว สว.

01 พ.ย. 2569 | prisana_tha

“พ.ต.อ.ทวี” เผย AI ถอดรหัสไฟล์ 200 ล้านภาพ จับพิรุธฮั้ว สว.

“พ.ต.อ.ทวี” เผย AI ถอดรหัสไฟล์ 200 ล้านภาพ จับพิรุธฮั้ว สว. ชี้การแก้ปัญหาการทุจริตเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อน อย่างคดีโกงสอบ จำเป็นต้องใช้ AI ช่วย

“พ.ต.อ.ทวี” เผย AI ถอดรหัสไฟล์ 200 ล้านภาพ จับพิรุธฮั้ว สว. ชี้การแก้ปัญหาการทุจริตเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อน อย่างคดีโกงสอบ จำเป็นต้องใช้ AI ช่วย

KEY

POINTS

  • “ทวี สอดส่อง” เผยใช้ AI วิเคราะห์ภาพกว่า 200 ล้านรูป คลี่คลายความผิดปกติใน คดีฮั้ว สว.
  • ชี้ระบบ กยศ. สร้างภาระหนี้เยาวชน ขัดหลักการอิสลามที่ห้ามดอกเบี้ยและควรได้รับสิทธิการศึกษา
  • แฉปมทุจริตสอบท้องถิ่น แก้คะแนนผู้สอบตกให้สอบผ่านถึง 5,960 คน จี้ใช้ AI ตรวจสอบความโปร่งใส

1 พฤศจิกายน 2569 ที่ ห้องประชุมดาวุดคอนเฟอเรนซ์ โรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส มีการจัดกิจกรรมสัมมนาทางวิชาการในหัวข้อ “AI กับการพัฒนาโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามสามจังหวัดชายแดนใต้” โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นองค์ปาฐกหลัก

 

การลงพื้นที่ครั้งนี้ พ.ต.อ.ทวี เดินทางพร้อมด้วยแกนนำและคณะทำงานพรรคประชาชาติ ประกอบด้วย นายวรวีร์ มะกูดี รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ อดีตกรรมการบริหารสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และอดีตนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ , นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติและประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ , นายกูเฮง ยาวอหะซัน อดีตเลขานุการ รมว.ยุติธรรม , นายการิม กอฮา ตลอดจนผู้นำชุมชนและศิษย์เก่าโรงเรียนอัตตัรกียะห์ฯ ท่ามกลางการต้อนรับจาก นายไพศาล ตอยิบ ผู้จัดการและผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์ คณะครู และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ ซึ่งต่างยอมรับว่า พ.ต.อ.ทวี มีบทบาทสำคัญที่ไม่เคยทิ้งพื้นที่ชายแดนใต้ และมีความรู้เชิงลึกด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)อย่างแท้จริง

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

 

ทั้งนี้ ในการบรรยายตอนหนึ่ง พ.ต.อ.ทวี ได้เปิดเผยถึงประสบการณ์ตรงในการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในมิติการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง โดยเฉพาะใน "คดีฮั้ว สว." ซึ่งเป็นคดีใหญ่ระดับประเทศ ว่า ในช่วงเริ่มต้นการตรวจสอบ มีอุปสรรคสำคัญเนื่องจากไม่มีข้อมูลดิบ เพราะข้อมูลจาก กกต. ที่มอบให้ กระทรวงมหาดไทยดำเนินการไม่มีความพร้อม และกล้องวงจรปิดในพื้นที่อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี เสียหายเกือบทั้งหมด เหลือเพียงกล้องจุดที่บันทึกการลงคะแนน และป้ายขานคะแนนรอบแรกและรอบสุดท้าย ซึ่งมีไฟล์ภาพและข้อมูลจำนวนมหาศาลกว่า 200 ล้านรูปภาพ ทำให้มนุษย์ไม่สามารถนั่งตรวจสอบได้ด้วยสายตา

"เราจึงตัดสินใจเชิญผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ทั้งคนไทยที่ทำงานในสหรัฐอเมริกา และแคนาดา เข้ามาร่วมทำงาน โดยการเขียนและใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ ทำนาย และประมวลผลความเชื่อมโยงของข้อมูลภาพเหล่านั้น จนสามารถถอดรหัสความผิดปกติออกมาได้" พ.ต.อ.ทวี กล่าว

“พ.ต.อ.ทวี” เผย AI ถอดรหัสไฟล์ 200 ล้านภาพ จับพิรุธฮั้ว สว.

 

นอกจากนี้ พ.ต.อ.ทวี ได้เชื่อมโยงมิติการศึกษาเข้ากับปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างของสังคมไทย โดยเฉพาะระบบ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งขัดแย้งกับหลักการอิสลามที่มองว่า "ดอกเบี้ยคือมะเร็งร้ายและสิ่งต้องห้าม" ขณะที่รัฐมีหน้าที่ต้องจัดสวัสดิการการศึกษาเป็นสิทธิพื้นฐาน

 

“พ.ต.อ.ทวี” เผย AI ถอดรหัสไฟล์ 200 ล้านภาพ จับพิรุธฮั้ว สว.

 

"วันนี้คนกู้ กยศ. ไปแล้วกว่า 7 ล้านคน กำลังผ่อนชำระอยู่เกือบ 5 ล้านคน ระบบที่ผ่านมาเมื่อเด็กกู้เงิน มหาวิทยาลัยได้เงินไปถึง 80% บางแห่งฟันเงินไปเป็นหมื่นล้าน แต่เวลาจบออกมา เด็กต้องแบกหนี้แต่เพียงผู้เดียว กลายเป็นว่านโยบายรัฐบีบให้เยาวชนต้องเป็นหนี้เพื่อแลกกับอนาคต"

 

ความเหลื่อมล้ำดังกล่าวยังทับถมด้วยปัญหาการทุจริตในระบบราชการ โดย พ.ต.อ.ทวี ได้ยกตัวอย่างกรณีอื้อฉาวเรื่อง การทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นหรือโกงสอบท้องถิ่น ที่มีการเรียกรับเงินใต้โต๊ะรายละหลายแสนบาท ซึ่งเด็กจำนวนมากต้องไปกู้หนี้ยืมสินซ้ำซ้อนจากที่เป็นหนี้ กยศ. อยู่แล้ว เพื่อนำเงินมาจ่ายแลกกับตำแหน่ง

 

"ระบบการสอบที่ไร้คุณธรรม บางคนส่งกระดาษคำตอบเปล่าในภาค ก. แต่กลับได้คะแนน สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือข้อมูลจากการไต่สวนของ ป.ป.ช. พบการแก้ไขผลคะแนนจากคนที่สอบตกให้กลายเป็นผู้สอบได้ถึง 5,960 คน ซึ่งคนเหล่านี้ถูกบรรจุรับราชการไปเรียบร้อยแล้ว แต่ขบวนการกลับย่ามใจ เข้าไปลักลอบแก้คะแนนย้อนหลังเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความผิดเก่า"

 

การแก้ไขปัญหาการทุจริตเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนเช่นนี้ ไม่อาจพึ่งพากระบวนการเดิมๆ ได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องนำเทคโนโลยี AI และระบบการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ มาใช้ในการตรวจสอบความโปร่งใสและวิเคราะห์พยานหลักฐาน ดังเช่นที่องค์กรตุลาการในประเทศจีนนำมาใช้ย่นระยะเวลาการตรวจเอกสารนับแสนแผ่นจากหลายปีให้เหลือเพียงไม่กี่นาที เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่สังคมอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด