เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดแล้วอย่างยิ่งใหญ่! มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ชู 3 ภารกิจ "ปลูกชีวิต-เศรษฐกิจ-อนาคต"

01 พ.ย. 2569 | natthanan_chu

เปิดแล้วอย่างยิ่งใหญ่! มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ชู 3 ภารกิจ "ปลูกชีวิต-เศรษฐกิจ-อนาคต"

เปิดแล้วอย่างยิ่งใหญ่! มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ชู 3 ภารกิจ "ปลูกชีวิต-เศรษฐกิจ-อนาคต" ผสานวัฒนธรรมอีสาน-นวัตกรรมรักษ์โลก

เปิดแล้วอย่างยิ่งใหญ่! มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ชู 3 ภารกิจ "ปลูกชีวิต-เศรษฐกิจ-อนาคต" ผสานวัฒนธรรมอีสาน-นวัตกรรมรักษ์โลก

KEY

POINTS

  • ยศชนัน นำคณะรัฐมนตรีเปิดมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 เน้นย้ำ 3 ภารกิจ ‘ปลูกชีวิต ปลูกเศรษฐกิจ ปลูกอนาคต’
  • จุดเด่นการจัดงานบนพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งแรกของโลก รวมสวนนานาชาติ 32 สวนจาก 17 ประเทศ และ 2 องค์กร   
  • ไฮไลต์จำลองวัดป่าภูก้อน นิทรรศการ 134 ปีอุดรธานี และโซนอีสานเนทีฟ เปิดให้ชมยาว 134 วัน

1 พฤศจิกายน 2569 ที่จังหวัดอุดรธานี บรรยากาศวันแรกของงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 หรือ Udon Thani International Horticultural Expo 2026 เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทยอยเดินทางเข้าชมความสวยงามของสวนพรรณไม้จากทั่วโลก ซึ่งถูกนำมาจัดแสดงภายใต้แนวคิด ‘ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน’

 

งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร จังหวัดอุดรธานี และภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายในการนำเสนอความหลากหลายทางชีวภาพ เชื่อมโยงธรรมชาติ วิถีชีวิต วัฒนธรรม และเทคโนโลยีด้านการเกษตร เข้ากับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

สำหรับพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ มี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เดินทางมาร่วมเป็นประธานในพิธี โดยเดินทางด้วยรถไฟมายังพื้นที่จัดงาน พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายณฐพล วิถี  รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ผู้แทนจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ

นายยศชนัน กล่าวว่า การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้ ต่อยอดมาจากงานพืชสวนโลกจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นไปตามแนวคิดและมาตรฐานสากล ซึ่งต่อยอดไปสู่การเป็นมรดกอันทรงคุณค่า สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวอุดรธานี และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ โดยเฉพาะการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของจังหวัดอุดรธานีในการเป็นพื้นที่แห่งความหวังและการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมกล่าวชื่นชมหน่วยงานทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันเตรียมความพร้อมและจัดงานครั้งนี้ 

 

นายยศชนัน ยังระบุว่า การจัดงานครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปลูกต้นไม้หรือปลูกดอกไม้ แต่เป็นการร่วมกันปลูก 3 สิ่งสำคัญให้กับชาวอุดรธานี ได้แก่ การปลูกชีวิตให้กับธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟูความสมบูรณ์และแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของจังหวัดอุดรธานีในเวทีโลก การปลูกเศรษฐกิจ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับเกษตรกรและชุมชน และ การปลูกอนาคตให้กับลูกหลาน ผ่านเทคโนโลยี นวัตกรรม และวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการเรียนรู้นอกห้องเรียนและมหาวิทยาลัย ผ่านพื้นที่เรียนรู้จริง หรือ Living Lab

 

ทั้งนี้ ในนามตัวแทนรัฐบาล นายยศชนันได้เชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ามาเยี่ยมชมและเรียนรู้ความก้าวหน้าด้านพืชสวน พร้อมสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดอุดรธานี รวมถึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนช่วยเผยแพร่เรื่องราวและความยิ่งใหญ่ของมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

 

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิด ประธานในพิธีพร้อมคณะได้ขึ้นรถรางพลังงานไฟฟ้า (EV) เยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งส่วนที่สะท้อนแนวคิดการจัดงานที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยภายในพื้นที่มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ตามจุดต่างๆ เพื่อนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน สะท้อนการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับการจัดงานขนาดใหญ่ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

 

มหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้จัดขึ้นบนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ โดยมีจุดเด่นคือการจัดงานบนพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งถือเป็นแห่งแรกของโลก ภายในรวบรวมสวนนานาชาติ 32 สวน จาก 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ รวมถึงสวนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของไทยอีก 16 สวน ตลอดจนสวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสความหลากหลายของพืชพรรณจากทั่วโลก ทั้งต้นไม้หายากและพรรณไม้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น

 

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคืออาคารจำลองวัดป่าภูก้อน สถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาของจังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการ ‘กำเนิดอุดรธานี 134 ปี’ ที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และพัฒนาการของจังหวัด โดยตัวเลข 134 ปียังเป็นที่มาของระยะเวลาการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกในครั้งนี้ ซึ่งจัดต่อเนื่องรวมทั้งสิ้น 134 วัน

 

ขณะที่การนำเสนออัตลักษณ์ท้องถิ่นเป็นอีกส่วนที่สร้างสีสันให้กับงาน ผ่านพื้นที่อีสานเนทีฟที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสวิถีชีวิต วัฒนธรรม อาหาร และภูมิปัญญาของชาวอีสาน โดยผสมผสานเรื่องราวดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร

 

หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือการนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นเมนูอาหารสร้างสรรค์ อาทิ ข้าวเม่า พัฟเฟิลโยเกิร์ตไข่ผำ และเมี่ยงบัวแดง สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของพืชพรรณและทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถพัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์อาหารรูปแบบใหม่ ตลอดจนสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและเชื่อมโยงไปสู่แนวคิดอาหารแห่งอนาคต

สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี 2569 สามารถเข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 รวมระยะเวลาการจัดงาน 134 วัน บัตรเข้าชมราคาคนละ 199 บาท ส่วนประชาชนที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดอุดรธานี เมื่อซื้อบัตรแล้วสามารถเข้าชมได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งตลอดระยะเวลาการจัดงาน

 

ผู้เข้าชมสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือโดยสารรถไฟมายังบริเวณพื้นที่จัดงานได้ โดยมหกรรมครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงความงดงามของพรรณไม้จากทั่วโลก แต่ยังเป็นเวทีที่เชื่อมโยงธรรมชาติ วัฒนธรรมท้องถิ่น และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน เพื่อสะท้อนศักยภาพของจังหวัดอุดรธานีในการก้าวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด