เนชั่นทีวี

ข่าว

พ.ต.อ.ทวี รับหนังสือ 29 ภาคีชายแดนใต้ ค้านร่าง พ.ร.บ.สสส. ฉบับ “อนุทิน”

17 ต.ค. 2569 | thunchanok_kul

พ.ต.อ.ทวี รับหนังสือ 29 ภาคีชายแดนใต้ ค้านร่าง พ.ร.บ.สสส. ฉบับ “อนุทิน”

“พ.ต.อ.ทวี” รับหนังสือ 29 ภาคีชายแดนใต้ ค้านร่าง พ.ร.บ.สสส. ฉบับ “อนุทิน” รื้อระบบภาษีบาป หวั่นดึงงบกลับสู่ระบบราชการเปิดช่องคอร์รัปชัน-เงินทอน ชี้ ผลรับฟังฯ ปชช.ต้านกว่า 90% เตรียมดัน ส.ส. ลุกอภิปรายสกัดในสภา

“พ.ต.อ.ทวี” รับหนังสือ 29 ภาคีชายแดนใต้ ค้านร่าง พ.ร.บ.สสส. ฉบับ “อนุทิน” รื้อระบบภาษีบาป หวั่นดึงงบกลับสู่ระบบราชการเปิดช่องคอร์รัปชัน-เงินทอน ชี้ ผลรับฟังฯ ปชช.ต้านกว่า 90% เตรียมดัน ส.ส. ลุกอภิปรายสกัดในสภา

KEY

POINTS

  • ยื่นค้านร่าง พ.ร.บ.สสส.: 29 ภาคีชายแดนใต้ยื่นหนังสือ "ทวี สอดส่อง" ค้านร่างกฎหมายอนุทิน รื้อระบบจัดสรรภาษีบาป
  • หวั่นเปิดช่องคอร์รัปชัน: "ทวี" ชี้ดึงงบ สสส. เข้าส่วนกลางเสี่ยงคอร์รัปชัน-วิ่งเต้น เผย ปชช. ต้านกว่า 90%
  • เตรียมอภิปรายสกัด: พรรคประชาชาติเตรียมชุดข้อมูลให้ สส. ลุกขึ้นอภิปรายคัดค้านเต็มที่ในสภาผู้แทนราษฎร

17 ตุลาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ และนายกูเฮง ยาวอหะซัน อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมรับหนังสือเปิดผนึกจากตัวแทนภาคีเครือข่ายป้องกันปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและสังคม 29 องค์กรในจังหวัดชายแดนภาคใต้  เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา ที่ท่าอากาศยานนราธิวาส  เพื่อเรียกร้องให้ผลักดันรัฐบาลทบทวนและถอนร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ

 

สาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว มุ่งแก้ไขกลไกที่มาของงบประมาณ โดยยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงกองทุนในอัตรา 2% จากภาษีสุราและยาสูบ (ภาษีบาป) ที่ส่งตรงเข้าสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเปลี่ยนไปใช้ระบบการจัดสรรผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน ซึ่งสร้างความกังวลให้แก่ภาคประชาสังคมในพื้นที่ว่าจะกระทบต่อความต่อเนื่องและความมั่นคงของงบประมาณด้านสุขภาวะชุมชน

พ.ต.อ.ทวี รับหนังสือ 29 ภาคีชายแดนใต้ ค้านร่าง พ.ร.บ.สสส. ฉบับ “อนุทิน”

 

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กล่าวระหว่างพบปะกับตัวแทนเครือข่ายว่า สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่สุดเพราะติดตัวทุกคนไปตลอดชีวิต ในกระบวนการยุติธรรม สถิติผู้ต้องขังอันดับหนึ่งคือคดียาเสพติด รองลงมาคืออุบัติเหตุ โดยเฉพาะการเมาแล้วขับ ซึ่งสร้างความสูญเสียมากกว่าคดีลักทรัพย์ การป้องกันปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้จึงเป็นหัวใจหลัก

 

พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยต่อสู้กับบริษัทยาสูบข้ามชาติขนาดใหญ่ในอดีต พบว่าไม่มีฝ่ายรัฐบาลใดยืนหยัดต่อสู้ มีเพียง สสส. ที่เข้ามาขับเคลื่อน จึงตระหนักถึงคุณค่าขององค์กรในการทำงานเชิงป้องกัน

 

"ประเทศไทยมีปัญหาคอร์รัปชันสูง พอเรื่องสุขภาพถูกดึงกลับไปสู่ระบบงบประมาณปกติ มันก็ถูกมองไปเรื่องการคอร์รัปชัน การวิ่งเต้น และการแย่งชิงงบประมาณ เท่าที่ทราบเบื้องต้น การเปิดรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ ประชาชนกว่า 90% ไม่เห็นด้วยกับร่างนี้”

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

พ.ต.อ.ทวี ระบุเพิ่มเติมว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังไม่ได้รับการบรรจุระเบียบวาระ หากผู้เสนอไม่ถอนเรื่องออกไป พรรคประชาชาติจะนำประเด็นเข้าสู่การพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเตรียมข้อมูลให้นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และ ส.ส. ของพรรค นำไปอภิปรายชี้ให้เห็นถึงข้อดี-ข้อเสียในสภาผู้แทนราษฎร

 

“กองทุน สสส. มีข้อดีคือต้องทำรายงานส่งให้รัฐสภาตรวจสอบทุกปี ทำให้สภาและประชาชนเห็นว่างบประมาณถูกนำไปใช้อย่างไร เกิดประโยชน์ตรงไหน แต่หากเปลี่ยนไปอยู่ในรูปงบประมาณแผ่นดินทั่วไป ระบบการรายงานและการตรวจสอบตรงนี้จะยังคงมีอยู่และมีประสิทธิภาพเท่าเดิมหรือไม่ พรรคจะต้องทำหน้าที่เพื่อไม่ให้ประชาชนที่ทำงานป้องกันสุขภาพระดับพื้นที่ต้องเสียโอกาส” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

 

ด้านตัวแทนกลุ่มเยาวชนบ้านไทยสุข ตำบลลาโละ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งทำงานร่วมกับ รพ.สต.ลาโละ ระบุว่า ที่ผ่านมาได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สสส. มาขับเคลื่อนกิจกรรมสร้างพื้นที่ปลอดภัยและสร้างแกนนำเยาวชนในชุมชน ทำให้สามารถดึงเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษากลับเข้ามาเรียนได้ รวมถึงช่วยเยาวชนเลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าได้สำเร็จ

 

“หากเปลี่ยนระบบจนงบประมาณ สสส. หลุดไป ชุมชนและกลุ่มเยาวชนเล็ก ๆ รู้สึกเหมือนกำลังถูกตัดโอกาสในการพัฒนาหมู่บ้านของตนเอง”  ตัวแทนเยาวชนระบุ

 

ขณะที่ตัวแทนสภาเด็กจังหวัดนราธิวาส สะท้อนว่า สสส. ให้การสนับสนุนสื่อและกิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่เด็กและเยาวชนในงานวันเยาวชนแห่งชาติ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันก่อนปัญหาจะลุกลาม

 

สำหรับข้อเรียกร้อง 5 ประการที่ภาคีเครือข่ายฯ ยื่นต่อ พ.ต.อ.ทวี ประกอบด้วย

  1. ให้ถอนร่างกฎหมายหรือชะลอการ
  2. ตัดสินใจจนกว่าจะมีการประเมินผลกระทบรอบด้าน
  3. ให้ประเมินผลกระทบทางการคลังและงบประมาณระยะยาว คำนึงถึงผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง เด็ก เยาวชน และชุมชนในพื้นที่
  4. ยกระดับธรรมาภิบาลและการตรวจสอบโดยไม่จำเป็นต้องยกเลิกกลไกเงินบำรุง 2% เดิม
  5. เปิดรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนก่อนดำเนินการแก้ไขกฎหมาย

ข่าวล่าสุด