พร้อมกันนี้ “มูลนิธิเนชั่น” ได้ร่วมกับ คุณธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะคนลาดกระบัง พาเข้าไปยังพื้นที่ที่ประสบภัยหนัก ซึ่งตลอดทางที่ทีมงานของมูลนิธิเนชั่น นำโดยคุณฉาย นั่งเรือเข้าไป ก็มีการส่งมอบสิ่งของ ทั้งถุงยังชีพ อาหารกล่อง ข้าวกล่อง ตลอดทาง
ทั้งนี้ ผู้ประสบภัยส่วนใหญ่ต้องการอาหารที่สามารถรับประทานได้เลย เพราะหลายบ้านเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ ที่อาจจะเดินลุยน้ำออกไปรับข้าวรับอาหารลำบาก อีกทั้งทีมเนชั่นเข้าไปยังจุดที่การช่วยเหลือยังเข้าไม่ค่อยทั่วถึง อย่างเคหะร่มเกล้าซอย 17 ซึ่งพอเข้าไป มีผู้สูงอายุ อยู่กันหลายบ้าน ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ชั้น 2 แล้วเขาก็ยังรอที่จะรับสิ่งของจากผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือ ทั้งไข่ไก่ ของกินต่างๆ
บางคนก็ทำเป็นตะกร้า หย่อนลงมารอรับของ เพราะไม่ไหวที่จะลงลุยน้ำมารับของด้านล่าง
“รัชนก จันทร์นพรัตน์” ผู้ประสบภัยอาศัยอยู่ท้ายซอยเลย หลั่งน้ำตา ขณะที่ทีมมูลนิธิเนชั่นเข้ามาให้การช่วยเหลือ เพราะที่ผ่านมา มีเข้ามาแต่มาไม่ถึงพวกเขา และทุกครั้งต้องรวบรวมเงินออกไปหาซื้อของกันเอง
ตอนนี้ก็ยอมรับว่าเครียดมาก เพราะรถก็พัง บ้านก็พัง อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลือ เพื่อจะได้ทำมาหากินได้ต่อ
ขณะที่ คุณฉายเอง ก็ให้กำลังใจพี่น้องชาวร่มเกล้า แม้กำลังใจของชาวบ้านหลายคนจะยังดีอยู่ก็ตาม เราอาจจะไปไม่ได้ครบทุกซอย และดีใจที่น้ำใจคนไทยยังหลั่งไหลเข้ามาช่วยเหลือกัน
ชาวรามคำแหง หลั่งน้ำตา หวั่นไม่ได้เงินเยียวยาเพราะเป็นบ้านเช่า
และเนื่องจากจุดที่ทีมเนชั่นเข้าไป ทั้งในพื้นที่เคหะธานี และร่มเกล้า น้ำยังสูง ประชาชนหลายคน ก็พาไปดูความเสียหายสะท้อนความอัดอั้นตันใจโดยเฉพาะ ความกังวลเรื่องการเยียวยา
ป้าสุดา พดุงวัฒนะ ผู้ประสบภัยอาศัยอยู่ในชุมชนเคหะธานี เล่าทั้งน้ำตาว่า เขาไม่เคยเจอเหตุการณ์นี้ และเพิ่งจะย้ายมาอยู่ได้ 3 เดือน สองคนตายาย มาลงทุนเปิดร้านขายของเล็กๆ กู้เงินมา 4-5 พันบาท แต่ข้าวของเสียหายน้ำท่วมหมด ตอนนี้ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะหาเงินที่ไหนมาลงทุนใหม่ แต่ก็ยังสู้ต่อไป เพราะยังมีชีวิตอยู่
“เงินคนเราไม่เท่ากัน เงิน 4-5 พันบาท ป้าหาทั้งเดือนยังไม่ได้เลย” ป้าสุดา พดุงวัฒนะ ผู้ประสบภัยกล่าว
พร้อมยอมรับว่า เป็นกังวลมาก ว่าจะไม่ได้เงินเยียวยา เพราะบ้านเขาเป็นบ้านเช่า
ส่วนป้าสายันต์ สุชกุล ก็เป็นอีกคนที่กังวลใจเรื่องของเงินเยียวยา เพราะบ้านเขาก็เป็นบ้านเช่า แม้จะอยู่มา 40 ปีแล้วก็ตาม