เนชั่นทีวี

ข่าว

แข็งแรงแต่เปราะบาง! "ดร.สุรชาติ" วิเคราะห์บทเรียน "วิกฤตน้ำท่วม" สั่นคลอน "รัฐบาลพิเศษ"

30 ก.ย. 2569 | natthanan_chu

แข็งแรงแต่เปราะบาง! "ดร.สุรชาติ" วิเคราะห์บทเรียน "วิกฤตน้ำท่วม" สั่นคลอน "รัฐบาลพิเศษ"

แข็งแรงแต่เปราะบาง! "ดร.สุรชาติ" วิเคราะห์บทเรียน "วิกฤตน้ำท่วม" สั่นคลอน "รัฐบาลพิเศษ" เตือนมั่นใจเกินร้อย ระวังซอยตันแบบต่างประเทศ

แข็งแรงแต่เปราะบาง! "ดร.สุรชาติ" วิเคราะห์บทเรียน "วิกฤตน้ำท่วม" สั่นคลอน "รัฐบาลพิเศษ" เตือนมั่นใจเกินร้อย ระวังซอยตันแบบต่างประเทศ

KEY

POINTS

  • ภัยพิบัติชี้ชะตารัฐบาล: ทางรัฐศาสตร์ชี้ว่าภัยพิบัติใหญ่สามารถเปลี่ยนเป็นความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือสั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาลได้หากไร้ประสิทธิภาพ
  • 4 ปัจจัยเขย่าอำนาจ: การช่วยเหลือล่าช้า ประชาชนยากจนฉับพลัน ปัญหาคอร์รัปชัน และการถูกทอดทิ้งจากภาครัฐ ท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วม กทม.
  • กับดักความเชื่อ "โค่นไม่ลง": เตือนรัฐบาลที่มั่นใจในความเป็น "รัฐบาลพิเศษ" มักจบลงด้วยบทเรียนประวัติศาสตร์การเมืองโลกที่คาดไม่ถึง
     

1 ตุลาคม 2569 ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคงชื่อดัง วิเคราะห์ปม "ภัยพิบัติทางธรรมชาติ" ว่าในทางรัฐศาสตร์ มีข้อสังเกตประการหนึ่งว่า ผลของภัยพิบัติทางธรรมชาติขนาดใหญ่มักจะนำไปสู่การสิ้นสุดของรัฐบาลขณะนั้น แต่ถ้ารัฐบาลมีขีดความสามารถในการจัดการภัยทางธรรมชาติได้เป็นอย่างดี ภัยที่เกิดขึ้นจะเปลี่ยนเป็นเสียงทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แน่นอนว่า ข้อสังเกตทางรัฐศาสตร์เช่นนี้เป็นประเด็นท้าทายในการเมืองไทยปัจจุบันอย่างมาก

 

🔵ข้อสังเกตทางทฤษฎี เมื่อวิกฤตธรรมชาติเขย่าเสถียรภาพรัฐ

 

แข็งแรงแต่เปราะบาง! "ดร.สุรชาติ" วิเคราะห์บทเรียน "วิกฤตน้ำท่วม" สั่นคลอน "รัฐบาลพิเศษ"

แข็งแรงแต่เปราะบาง! "ดร.สุรชาติ" วิเคราะห์บทเรียน "วิกฤตน้ำท่วม" สั่นคลอน "รัฐบาลพิเศษ" เตือนมั่นใจเกินร้อย ระวังซอยตันแบบต่างประเทศ

 

แข็งแรงแต่เปราะบาง! "ดร.สุรชาติ" วิเคราะห์บทเรียน "วิกฤตน้ำท่วม" สั่นคลอน "รัฐบาลพิเศษ"

 

หากพิจารณาในทางทฤษฎีแล้ว เราจะเห็นถึงผลของภัยธรรมชาติที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งอธิบายได้ว่า ภัยที่เกิดขึ้นทำให้เห็นถึงประสิทธิภาพของรัฐบาลในการบริหารประเทศในยามวิกฤต 


     
ในสภาวะที่ประชาชนต้องเผชิญกับภัยเช่นนี้ การไร้ประสิทธิภาพของกลไกรัฐจะทำให้เกิดเสียงเรียกร้องที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ประกอบกับในภาวะเช่นนี้ บทบาทของผู้นำประเทศที่มีความรับผิดชอบในความเป็น “หัวหน้ารัฐบาล” เป็นอีกประเด็นที่สำคัญ


       
ถ้าประชาชนผู้รับผลมีความรู้สึกว่า ผู้นำรัฐบาลไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะเป็น “ผู้แก้ไขวิกฤต” แล้ว สิ่งที่จะตามมาคือ เสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาล หรือความต้องการในการเปลี่ยนรัฐบาล 


       
ดังนั้น ในภาวะที่สังคมต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ และรัฐบาลไม่แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถในการแก้ปัญหาแล้ว เสียงเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนรัฐบาลจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หรืออาจนำไปสู่การเกิด “ม็อบภัยธรรมชาติ” ที่ต่อต้านรัฐบาล


       
ในทางทฤษฎีจึงมีข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า ภัยธรรมชาติจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความไร้เสถียรภาพของรัฐบาล หรืออาจนำไปสู่การล้มรัฐบาลได้ด้วย การศึกษาของนักรัฐศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า สิ่งที่ทำให้รัฐบาลต้องเผชิญกับปัญหาผลกระทบทางการเมืองในกรณีนี้เกิดจาก 

 

  • 1.การให้ความช่วยเหลืออย่างล่าช้าของรัฐบาล 
  • 2.ประชาชนผู้รับผลกระทบอยู่ในสภาวะของการล้มละลายทางเศรษฐกิจ หรือเกิดภาวะ “ยากจนทันที” 
  • 3.เกิดการคอร์รัปชันและแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวจากบุคคลในรัฐบาล 
  • 4.ภัยธรรมชาติทำลายโครงสร้างพื้นฐาน อันทำให้เกิดความขาดแคลนทางด้านทรัพยากร จนประชาชนตกอยู่ในสภาวะถูกทอดทิ้ง เช่น การขาดอาหาร น้ำ และที่พักพิง 

 

สภาวะเช่นนี้ ย่อมทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าในบางกรณี อาจจะไม่เกิดแบบทันที แต่ในหลายกรณี ผลของภัยเช่นนี้มักจะนำไปสู่การประท้วงอย่างแน่นอน หรือเกิดผลในทางจิตวิทยาการเมือง ที่คนในสังคมจะไม่ตอบรับกับรัฐบาล  


 
ในระดับที่ต่ำที่สุดที่ภัยธรรมชาติจะมีผลในทางการเมืองคือ รัฐบาลสูญเสีย “ความเชื่อมั่นทางการเมือง” จากประชาชน และอาจนำไปสู่การลงโทษทางการเมือง เช่น การไม่ลงเสียงให้ในการเลือกตั้งในอนาคต 

 

แต่ถ้าภัยพิบัติเกิดแล้วมีการเลือกตั้งตามมา รัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาจะไม่ได้คะแนนเสียงอย่างแน่นอน (เว้นแต่ในบางประเทศ นักการเมืองอาจเชื่อว่า เขาสามารถ “ซื้อเสียง” เพื่อแก้ปัญหานี้ได้

 

แต่ถ้าภัยเกิดกับรัฐบาลที่อ่อนแอ และประชาชนประสบความขาดแคลนอย่างมากแล้ว ปัญหานี้อาจนำไปสู่การจลาจล เช่น การเข้าทำลายหรือเผาบ้านนักการเมือง หรือสถานที่ราชการ และที่สำคัญอาจจะนำไปสู่กระแสต่อต้านนักการเมือง

 

ผลที่เลวร้ายที่สุดในบางกรณีคือ ความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลอาจนำไปสู่การรัฐประหาร เพราะรัฐบาลอ่อนแอเกินไป จนไม่มีสถานะในการทำหน้าที่ในการแก้ปัญหาประเทศ หรือภาวะเช่นนี้ ทำให้กลไกรัฐที่คุมกำลังตัดสินใจเปลี่ยนรัฐบาล โดยมีเสียงสนับสนุนจากภาคสังคม

 

🔵บริบทการเมืองไทย: จากน้ำท่วมภูมิภาคสู่ใจกลางเมืองหลวง


 
จากวิกฤตทางธรรมชาติที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ในปี 2568 และเกิดซ้ำในปี 2569 นั้น ดูจะเป็นภาพสะท้อนถึงความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลอยู่ค่อนข้างมาก แต่ในปี 2568 ปัญหาเกิดในภูมิภาค อาจจะทำให้รัฐบาลสามารถหลีกเลี่ยงการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน เช่น การเยียวยาที่หาดใหญ่ที่ยังมีปัญหาไม่จบ และยังมีคนพูดถึงรัฐบาลในทางลบ 

 

แข็งแรงแต่เปราะบาง! "ดร.สุรชาติ" วิเคราะห์บทเรียน "วิกฤตน้ำท่วม" สั่นคลอน "รัฐบาลพิเศษ"

 

แข็งแรงแต่เปราะบาง! "ดร.สุรชาติ" วิเคราะห์บทเรียน "วิกฤตน้ำท่วม" สั่นคลอน "รัฐบาลพิเศษ"

 

แข็งแรงแต่เปราะบาง! "ดร.สุรชาติ" วิเคราะห์บทเรียน "วิกฤตน้ำท่วม" สั่นคลอน "รัฐบาลพิเศษ"

 

ในปีปัจจุบัน ปัญหาเกิดขึ้นกับพื้นที่เมืองหลวงของประเทศ จึงทำให้เห็นภาพของประสิทธิภาพรัฐบาลในเรื่องนี้ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะภาพที่ปรากฏผ่านจอทีวีและโลกโซเชียล

 

สังคมเริ่มรู้สึกมากขึ้นว่า รัฐบาลของนายกฯ อนุทินอ่อนแอในการรับมือ และไร้ประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา อันนำไปสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และตัวนายกฯ อย่างมาก ดังจะเห็นชัดว่า เสียงของรัฐบาลในทางการเมืองตกลงอย่างมากในผลโพล แม้รัฐบาลจะมีความเข้มแข็งด้วยเสียงในสภา

รัฐบาลและตัวนายกฯ อาจจะมีความมั่นใจในทางการเมืองว่า “นายกฯ อนุทินเป็นรัฐบาลที่โค่นไม่ได้” เพราะมี “พลังพิเศษ” ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเสียงในองค์กรอิสระ เสียงในวุฒิสภา และปัจจัยอื่นๆ เป็นต้น ประกอบกับมีการสร้างความเชื่อว่า รัฐบาลนี้เป็น “รัฐบาลพิเศษ” ที่จะอยู่ได้ตลอดไป และจะไม่มีใครล้มได้ 

 

🔵ความท้าทายภายใต้ความเชื่อ "รัฐบาลพิเศษ"

 

ดังนั้นจึงเชื่ออย่างมากว่า ต่อให้รัฐบาลชุดนี้ทำอะไรไม่ถูกใจประชาชนอย่างไร ก็จะไม่มีทางที่จะเปลี่ยนนายกฯ/รัฐบาลได้ เพราะความเป็น “รัฐบาลพิเศษ” ที่แม้คดีที่เกิดขึ้นก็ไม่สามารถสร้างผลกระทบต่อรัฐบาลได้เลย ฉะนั้น ภัยธรรมชาติก็แตะต้องรัฐบาลไม่ได้แน่นอน

แต่วิชารัฐศาสตร์ก็มีข้อเตือนใจว่า รัฐบาลที่เชื่อว่าโค่นไม่ได้นั้น มักจะจบลงด้วยการถูกโค่นเสมอ ตัวอย่างในยุคปัจจุบันที่เห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเผด็จการอียิปต์และตูนีเซีย ที่ปกครองประเทศมายาวนาน และเชื่อว่า “โค่นไม่ได้” เมื่อต้องเผชิญวิกฤตในบ้าน ก็ถูกล้มด้วย “อาหรับสปริง” … ใกล้บ้านเรา รัฐบาลอำนาจนิยมของตระกูลราชปักษาในศรีลังกา ที่เชื่อว่า “โค่นไม่ได้”  เมื่อต้องเผชิญวิกฤต ก็ถูกโค่นด้วยม็อบ จนผู้นำต้องหนีออกนอกประเทศ … วิชารัฐศาสตร์มักมีข้อเตือนใจชวนให้คิดด้วยความท้าทายเสมอ

 

ข่าวล่าสุด