เนชั่นทีวี

ข่าว

“สามารถ” เดือดหลังศาลยกฟ้องคดี ซัด DSI กลั่นแกล้ง ดำเนินคดีหลายมาตรฐานยกเคส “ภาวุธ-ดาราดัง ฟ.”

25 ก.ย. 2569 | thunchanok_kul

“สามารถ” เดือดหลังศาลยกฟ้องคดี ซัด DSI กลั่นแกล้ง ดำเนินคดีหลายมาตรฐานยกเคส “ภาวุธ-ดาราดัง ฟ.”

“สามารถ” เปิดใจหลังศาลยกฟ้องคดี ซัด DSI กลั่นแกล้ง ดำเนินคดีหลายมาตรฐานยกเคส “ภาวุธ-ดาราดัง ฟ.” เตรียมร้องปลัด ก.ยุติธรรม สอบ จนท. ด้าน “ทนายบอสพอล”เผยคดีหลัก “ดิไอคอน” พิจารณาเสร็จ ปลายปี 2570

“สามารถ” เปิดใจหลังศาลยกฟ้องคดี ซัด DSI กลั่นแกล้ง ดำเนินคดีหลายมาตรฐานยกเคส “ภาวุธ-ดาราดัง ฟ.” เตรียมร้องปลัด ก.ยุติธรรม สอบ จนท. ด้าน “ทนายบอสพอล”เผยคดีหลัก “ดิไอคอน” พิจารณาเสร็จ ปลายปี 2570

KEY

POINTS

  • เดือดซัด DSI สองมาตรฐาน: "สามารถ" ฉะ DSI ทำคดีกลั่นแกล้ง เปรียบเทียบเคสดาราดัง ฟ. เงินพันล้านได้ประกัน แต่ตนถูกจับนอนคุกฟรี
  • บุกกระทรวงยุติธรรมจันทร์นี้: เตรียมยื่นสอบวินัย-อาญา จนท. DSI ยกชุด พร้อมพิจารณาฟ้องกลับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
  • คดีหลักดิไอคอนพิพากษาปี 70: ทนายความบอสพอลเผย คดีหลักสืบพยานยาว คาดแล้วเสร็จปลายปี 2570

25 กันยายน 2569 ภายหลังศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช มารดาของนายสามารถ และ "บอสพอล" ในคดีร่วมกันฟอกเงินบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด วงเงิน 2.5 ล้านบาท

อ่านข่าว https://www.nationtv.tv/news/current-issue/378983840

 

น.ส.สุภัทรพร โตรักษา ทนายความของนายวรัตน์พล ให้สัมภาษณ์ว่า โดยวันนี้ศาลพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 4 เนื่องจากเห็นว่าจำเลยไม่ได้มีการกระทำความผิดใด ๆ ตามที่กล่าวอ้างตามฟ้อง ตนและทีมทนายความก็ขอบคุณกับความยุติธรรมที่ศาลให้ในวันนี้ โดยเบื้องต้นได้คุยกับนายวรัตน์พลแล้ว โดยมีภาวะเรื่องความเครียดตั้งแต่เข้าเรือนจำอยู่แล้ว แต่ภายหลังจากผลคำพิพากษาออกเจ้าตัวก็ได้มีการขอบคุณทีมทนายความ

 

เมื่อถามว่าคดีหลักอย่างดิไอคอน ความคืบหน้าไปถึงไหนบ้าง น.ส.สุภัทรพร กล่าวว่า ตอนนี้ส่วนของคดีหลักอยู่ระหว่างการสืบพยานโจทก์ จากดูตารางใบนัดคาดว่าจะมีการสืบพยานทั้งโจทก์และจำเลยเสร็จสิ้นภายในปลายปี 2570 ก่อนจะนัดฟังคำพากษาต่อไป ส่วนเรื่องการยื่นขอปล่อยชั่วคราวเบื้องต้นเรามีการพูดคุยกันอยู่ เพราะตอนนี้จำเลยทุกคนเข้าไปอยู่ในเรือนจำเป็นปีที่ 2 แล้ว ไม่มีใครได้รับการปล่อยชั่วคราว ทรัพย์สินยังถูกอายัดไว้ ส่วนหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล

“สามารถ” เดือดหลังศาลยกฟ้องคดี ซัด DSI กลั่นแกล้ง ดำเนินคดีหลายมาตรฐานยกเคส “ภาวุธ-ดาราดัง ฟ.”

น.ส.สุภัทรพร  กล่าวอีกว่า ด้านทนายความไม่ได้มีความกังวลในการทำหน้าที่ เพราะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และนำสืบพยานที่มีการสืบในชั้นศาล ส่วนผลคดีต่าง  ๆ ก็ต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน

 

ด้าน นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย และอดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงดุดันว่า ในคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำนวน 2.5 ล้านบาท  ขอบคุณผู้พิพากษาที่ให้ความยุติธรรม พร้อมระบุว่าตลอดระยะเวลาที่ถูกกล่าวหาในคดีนี้ ไม่เคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน และยืนยันมาโดยตลอดว่าคลิปเสียงที่กล่าวหาว่าเป็นนักการเมือง “ส.เสือ” ไม่ใช่เสียงของตัวเอง โดยศาลมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยในคดีดังกล่าว

 

นายสามารถ กล่าวว่า อยากให้สื่อมวลชนเข้าไปดูข้อความที่โพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อเวลา 08.30 น. ซึ่งเป็นข้อมูลอีกด้านที่ต้องการนำเสนอ หลังจากที่ผ่านมาไม่เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดี ตั้งแต่วันที่มีคลิปเสียงหลุดและถูกกล่าวหาว่าเป็นนักการเมือง ส.เสือ รวมถึงถูกกล่าวหาว่าตบทรัพย์และฟอกเงิน โดยยืนยันว่าข้อเท็จจริงปรากฏแล้วว่าไม่มีสิ่งดังกล่าว และตั้งคำถามถึงความยุติธรรมที่ต้องได้รับความเสียหายตลอดเกือบ 2 ปี

“สามารถ” เดือดหลังศาลยกฟ้องคดี ซัด DSI กลั่นแกล้ง ดำเนินคดีหลายมาตรฐานยกเคส “ภาวุธ-ดาราดัง ฟ.”

นายสามารถ กล่าวถึง หลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญ โดยเห็นว่าหน่วยงานของรัฐ รวมถึงดีเอสไอ ควรอยู่ภายใต้หลักนิติธรรมเช่นเดียวกัน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการดำเนินคดีของตัวเองเมื่อเปรียบเทียบกับคดีอื่น โดยยกกรณีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน และคดีที่เกี่ยวข้องกับดารา “ฟ” ซึ่งนายสามารถระบุว่า มีประเด็นเกี่ยวกับเส้นทางการเงินเป็นพันล้าน แต่ไม่ถูกออกหมายจับ ไม่ถูกฝากขัง และให้ประกันตัวในชั้นสอบสวนโดยไม่ต้องใช้หลักประกัน

 

ทางนี้ในเรื่องของเส้นทางการเงินจึงตั้งคำถามว่าการที่แม่ โอนเงินให้ลูกมันผิดไหม เพราะเส้นเงินของแม่ มีมาก่อนทำดิไอคอนหากการโอนเงินให้ลูกมันผิดจริงทำไมบุคคลอื่นถึงไม่มีความผิด

 

แต่ทำไมในกรณีของตนเองถึงถูกออกหมายจับและถูกฝากขัง ความคัดค้านประกันตัว โดยอ้างว่าในคำร้องขอฝากขังครั้งแรกมีการระบุว่าตนเป็นผู้มีอิทธิพล รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่จำนวนมาก และเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน พร้อมตั้งคำถามว่า หากเข้าข่ายผู้มีอิทธิพลตามกฎหมายสอบสวนคดีพิเศษ เหตุใดคดีของตนจึงไม่มีอัยการเข้าร่วมสอบสวน ขณะที่คดีอื่นที่ยกตัวอย่างมีอัยการเข้าร่วมสอบสวน

 

นายสามารถ กล่าวอีกว่า ขณะถูกคุมขังในเรือนจำ และต้องนั่งรถควบคุมผู้ต้องขังมาศาลตนทรมานมาก จึงขอสืบพยานลับหลัง เพราะ มั่นใจว่าคดีนี้ตนเองไม่ผิด และตอนที่ตนเองอยู่ในเรือนจำการหาพยานหลักฐานเพื่อต่อสู้คดีเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะคดีฟอกเงินที่ต้องพิสูจน์เส้นทางการเงินและเจตนา พร้อมเปรียบเทียบว่าตนเหมือนถูกผูกมือผูกเท้าในการต่อสู้กับหน่วยงานรัฐ เนื่องจากหน่วยงานมีอำนาจตามกฎหมายในการเข้าถึงข้อมูล

 นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช

 

นายสามารถ กล่าวว่า ระหว่างการสืบพยานได้สอบถามเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่เป็นผู้ขอหมายจับว่าใช้หลักฐานใดในการขอหมายจับ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าใช้คลิปเสียงและเส้นทางการเงิน แต่จากการซักถามพบว่าไม่มีใครยืนยันได้ว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นเสียงของตน ขณะที่เส้นทางการเงินที่นำมาอ้างนั้น ได้มาภายหลังการขอหมายจับแล้ว จึงตั้งคำถามว่าในขณะขอหมายจับ เจ้าหน้าที่นำหลักฐานใดไปยื่นต่อศาล

 

พร้อมกันนี้ นายสามารถได้ให้ทนายความพยายามขอคัดคำร้องขอหมายจับ แต่ช่วงแรกไม่สามารถคัดได้ ก่อนจะเปลี่ยนทนายหลายคนและท้ายที่สุดสามารถคัดเอกสารได้ โดยพบว่ามีเพียงหมายจับและบันทึกจับกุม แต่ไม่มีคำร้องขอหมายจับ

 

ทางนี้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ทำคดีของตนเอง หลังจากที่ทำคดีของตนเองก็ได้เลื่อนตำแหน่งบางรายถึงกับได้ขึ้นเป็นรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และยังฝากไปถึง กระทรวงยุติธรรมและภาครัฐ อย่าใช้กลไกแบบนี้กลั่นแกล้งใคร และฝากถึง “คุณลุง” (ลุงป้อม) น่าจะรู้ดีที่สุดว่าตนไม่ได้กระทำความผิดตนไม่เคยขอเงินลุงแม้แต่บาทเดียวยอมเจ็บยอมเปียกแทนลุงมาเสมอวิธีการที่เกิดขึ้นกับตนเป็นวิธีการกลั่นแกล้ง

 

ส่วนกรณีจะเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่นั้น นายสามารถ กล่าวว่า ขอให้สื่อมวลชนและประชาชนพิจารณาอย่างยุติธรรม พร้อมยกหลักความเสมอภาคตามรัฐธรรมนูญ โดยเห็นว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ชาวบ้าน รัฐมนตรี หรือบุคคลทั่วไป และไม่ควรมีการเลือกปฏิบัติ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่ได้โกรธใครเลยแต่ต้องขอบคุณที่ทำให้ได้เรียนรู้อีกมิติจากที่เป็นผู้บริหารได้มาเป็นนักโทษ

 

เมื่อถามว่า จะมีการฟ้องร้องใครหรือไม่ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ” ไม่รู้ต้องดูข้อเท็จจริงก่อน หากเกี่ยวข้อง 10 คน อาจจะฟ้องแค่ 2 คน เกี่ยวข้อง 10 คนก็อาจจะเอาทั้ง 10 เลยก็ได้มันอยู่ที่สิทธิ์ของผม“

 

นอกจากนี้ นายสามารถ ยังกล่าวถึงคดีหลักของบริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป ว่า ไม่เกี่ยวข้องกับตน และเป็นหน้าที่ของผู้ที่อยู่ในคดีต้องต่อสู้ตามกระบวนการ โดยส่วนตัวจะเดินหน้าตรวจสอบการดำเนินการของหน่วยงานรัฐว่าปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่ หากพบว่าเป็นการกลั่นแกล้งหรือเลือกปฏิบัติ จะใช้กฎหมายดำเนินการ

 

ส่วนกรณีจะยื่นฟ้องกลับดีเอสไอหรือไม่ นายสามารถ กล่าวว่า ต้องตรวจสอบก่อนว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่ หากปฏิบัติตามกฎหมายก็จะไม่ดำเนินการ แต่หากพบว่ามีการกลั่นแกล้งหรือเลือกปฏิบัติ จะใช้กฎหมายดำเนินการ โดยยืนยันว่าเป็นสิทธิของตน

 

นายสามารถ กล่าวถึงระยะเวลาที่ถูกคุมขังว่า ถูกจับเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 และอยู่ในเรือนจำเกือบ 2 ปี ก่อนจะได้รับการประกันตัวในเดือนเมษายน 2569 หลังสืบพยานเสร็จสิ้นทุกปาก โดยศาลเห็นว่า มีเหตุให้ไต่สวนและปล่อยตัวชั่วคราว จากนั้นมีการจำหน่ายคดีเพื่อรอผลคดีมูลฐาน แต่เมื่อคดีมูลฐานคาดว่าจะเสร็จในปี 2571 นายสามารถเห็นว่าการต้องรอถึงเวลานั้นไม่เป็นธรรมกับตน เพราะยังคงถูกตราหน้าว่าเป็นผู้กระทำความผิด จึงขอให้ศาลพิจารณานัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 กันยายน และศาลมีคำพิพากษายกฟ้องในวันนี้

 

นายสามารถ ยังกล่าวว่า คดีฟอกเงินไม่มีคดีอื่นติดตัว พร้อมระบุว่า หากมีการนำคดีอื่นมายัดใส่หลังจากนี้ จะดำเนินการตามกฎหมาย

 

ส่วนการเปลี่ยนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายสามารถกล่าวว่า เห็นว่าควรมีการเปลี่ยนทั้งอธิบดีและรองอธิบดี พร้อมระบุว่าในวันจันทร์จะเดินทางไปหา ปลัดกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินงานของดีเอสไอ โดยจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมีกี่คนและจะดำเนินการกับบุคคลใดบ้าง

 

นายสามารถ กล่าวว่า จะตรวจสอบต่อไปว่ามีบุคคลใดนำพยานหลักฐานเท็จมาใช้ในคดีหรือไม่ และหากพบจะดำเนินการตามกฎหมาย โดยขณะนี้จากการตรวจสอบพบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเป็นผู้เกี่ยวข้อง พร้อมตั้งคำถามถึงความยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับตนในช่วงที่ถูกคุมขัง และกล่าวว่าไม่ควรมีนักการเมืองหรือประชาชนคนใดถูกเลือกปฏิบัติ

 

ท้ายที่สุด นายสามารถ ฝากถึงรัฐบาลว่า ไม่ควรหวั่นเกรงต่อข้อกล่าวหา และควรปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าบุคคลใดกระทำความผิดหรือไม่ พร้อมย้ำหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และเห็นว่าไม่ควรนำข้อกล่าวหาที่ยังไม่มีคำพิพากษามาเปิดเผยหรือแถลงต่อสาธารณะ เพราะอาจทำให้ผู้ถูกกล่าวหาเสียชื่อเสียง แม้ภายหลังศาลจะมีคำพิพากษาว่าไม่ได้กระทำความผิดก็ตาม

 

อย่างไรก็ตามบอสพอลยังมีคดีหลักของบริษัทดิไอคอน และไม่ได้ยื่น ประกันตัว จึงยัง ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

ข่าวล่าสุด