เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ได้ลงนามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 194/2568 เรื่อง อนุญาตให้ข้าราชการตำรวจลาออกจากราชการ สั่ง ณ วันที่ 28 มี.ค.2568 ระบุว่าด้วยมีข้าราชการตำรวจ ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพลได้ขอลาออกจากราชการตามโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 26 รอบเมษายน ปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในม.105 (2) และม.135 แห่งพ.ร.บ.ตำแห่งชาติ พ.ศ.2565 จึงอนุญาตให้ข้าราชการตำรวจลาออกจากราชการ จำนวน 25 ราย ปรากฏตามบัญชีรายชื่อที่แนบท้ายคำสั่งนี้ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2568 เป็นต้นไป
โดย 1 ในนายพลผู้สมัครเข้าโครงการมีรายชื่อ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง หรือบิ๊กเจ้า ผู้ช่วยผบ.ตร. อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นายตำรวจฝีมือดี รวมอยู่ด้วยโดยวันนี้ก่อนที่บิ๊กเจ้าจะอำลาตำแหน่งและเครื่องแบบตำรวจ ได้เดินไปกราบพระโสธร เสร็จแล้ว ไปกราบอนุสาวรีย์ในหลวงรัชกาลที่ 4 ที่หน้าตึก ตร.
สำหรับวันนี้มีนายตำรวจชื่อดัง และน้องๆผู้ใต้บังคับบัญชา ที่เคยร่วมงานกับบิ๊กเจ้า อาทิ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น. ร่วมไปถึงพ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ หรือสารวัตรแจ๊ะ และเหล่าทีมสืบ บช.น. ร่วมแสดงแสดงมุทิตาจิตอำลา มอบพวงมาลัยและดอกไม้ส่ง พล.ต.ท.ธิติ เดินทางออกจาก ตร. บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ยิ้มแย้ม
ทางด้าน "บิ๊กเจ้า" บอกกับน้องๆทุกคนที่มาร่วมส่งออกจาก ตร. สั้นๆบอกว่า พี่จะเฝ้ารอดูความเจริญเติบโตในหน้าที่การงานของน้องๆ ตลอดไป
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ในฐานะที่เคยร่วมงานกับบิ๊กเจ้ามานานกล่าวว่า สำหรับบิ๊กเจ้า หรือพี่เจ้า ถือเป็นต้นแบบผู้บังคับบัญชาตัวอย่าง ที่มีความรู้ความสามารถด้านการสืบสวนสอบสวน เป็นเหมือนผนังเหล็กให้กับน้องๆ เมื่อสั่งให้น้องๆลงพื้นที่ไปทำงานแล้ว ไม่ว่าจะเจอแรงกดดันอย่างไร พี่เจ้าจะออกโรง กล้าชนกล้าปะทะ เป็นคนที่เข้าใจลูกน้อง
ที่สำคัญพี่เจ้า เป็นผู้บังคับบัญชา ทำงานแบบคนหัวสมัยใหม่ เป็นผู้สนับสนุนให้ รองจ๋อ สมัยเป็นผู้การสืบนครบาล ทำเพจสืบนครบาล IDMB โดยบิ๊กเจ้า สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง จนสร้างชื่อทำให้ผลงานของทีมนักสืบนครบาลรุ่นใหม่อย่างสารวัตรแจ๊ะ ผู้กองโชแปง และทีมนักสืบอีกหลายๆคน รวมไปถึงตำรวจชุดลาดตระเวนออนไลน์ เป็นที่รู้จักและได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเป็นอย่างดี
รองจ๋อ บอกทิ้งท้ายว่า พอรู้ว่าวันนี้พี่เจ้า จะได้ไปพักผ่อน หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ที่ต้องปะทะกับผู้มีอิทธิพลรวมไปถึงเหล่าองค์กรอาชญากรรมทั้งในและนอกประเทศ ก็รู้สึกใจหายอย่างมาก ก่อนหน้านี้สมัย “บิ๊กปั๊ด”พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ปรมาจารย์ด้านการสืบสวนของวงการสีกาสี เกษียณอายุราชการจากตำแหน่ง ผบ.ตร. ก็รู้สึกใจหายมาแล้วครั้งหนึ่ง เสมือนขาดเสาหลักของงานสืบสวนชั้นยอดไป สุดท้ายนี้รองจ๋อ บอกว่า ขอให้พี่เจ้า มีความสุขตลอดไป
ประวัติ "บิ๊กเจ้า" นายตำรวจ "ตงฉิน"
สำหรับพล.ต.ท.ธิตินับตั้งย้ายมาเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อ 2 ปีก่อน เรียกได้ว่าเป็นยุคที่ บช.น.มีข่าวฉาวน้อยที่สุด แต่กลับมีผลงานจับกุมผู้ต้องหาคดีสำคัญได้มากมายต่อเนื่อง ไม่เว้นแม้แต่คดีเล็กน้อยซึ่งเป็นภัยสังคมสร้างความเดือนร้อน ก็ไม่มีละเลยที่จะปราบปราม สร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนชาวกรุง แต่บุคลิกบิ๊กเจ้า เป็นคนไม่ออกสื่อ ไม่เสนอหน้าแถลง ไม่แย่งงานลูกน้อง ทำให้ลูกน้องรัก ฯลฯ
เป็นที่รู้กันว่า “บิ๊กจ้าว” แหกโผ แซงโค้งขึ้นมานั่งตำแหน่ง "ผบ.ตร.น้อย" ได้ เพราะป็นน้องรักของ “บิ๊กปั๊ด” และด้วยคุณสมบัติขึ้นชื่อในแง่ “ตงฉิน” ยอมหักไม่ยอมงอ และไม่ยอมรามือให้กับตำรวจสีเทานอกรีต
เมื่อย้ายข้ามห้วยมานั่งเก้าอี้ ผบช.น. ก็ยังยึดวิธีการทำงานแบบเดิม เชื่อมั่นในตัวเองสูง มุ่งมั่นทำงานตามหลักกฎหมาย ไม่ค่อยประชาสัมพันธ์ตัวเอง และที่สำคัญไม่ทำงานตามกระแส ยึดผิดถูกตามพยานหลักฐาน ทำให้ลูกน้องในพื้นที่นครบาลบ่นกันให้แซ่ดว่า “ฝืด” คำนี้ความหมายในแวดวงสีกากีมีนัยยะ “ไม่เอาใคร ไม่ลื่นไหล ไม่ตามกระแส” อาจทำให้มีคนหมั่นไส้ มากกว่าชื่นชอบ