🔵 [ความหลากหลาย ไม่ใช่สัญลักษณ์ของพรรคใดพรรคหนึ่ง]
ที่ฟลอริดา ไบรอน โดนัลด์ส ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน กำลังจะก้าวขึ้นเป็นผู้ว่าการรัฐผิวดำคนแรกของรัฐ สิ่งที่น่าสนใจคือ เขาเป็นผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากทรัมป์ และชูนโยบายปฏิรูปภาษีพร้อมกับสนับสนุนวาระอนุรักษนิยมอย่างเข้มข้น
หากรวมกับบอทเทิ่มส์ (จอร์เจีย) และเวส มัวร์ (แมริแลนด์) สหรัฐฯ จะมีผู้ว่าการรัฐผิวดำที่ดำรงตำแหน่งพร้อมกันถึง 3 คน แต่พวกเขากลับมีนโยบายและจุดยืนทางการเมืองที่อยู่คนละขั้วอย่างสิ้นเชิง
สิ่งนี้สะท้อนว่า ความหลากหลายทางอัตลักษณ์ (Identity) ไม่ได้ถูกผูกขาดโดยพรรคใดพรรคหนึ่งอีกต่อไป
🔵 [เลือกที่อัตลักษณ์ หรือ เลือกที่อุดมการณ์?]
เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า สังคมอเมริกันพร้อมที่จะก้าวข้ามอคติเรื่องสีผิว เพศสภาพ หรือศาสนา ในการเลือกตั้งผู้แทนของตนเองแล้ว
แต่การที่ผู้แทนมีความหลากหลายมากขึ้น กลับไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะประนีประนอมกันในสภา
ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งอาจไม่ได้กาบัตรเพราะ "ผู้สมัครหน้าตาเหมือนพวกเขา" แต่เลือกเพราะ "ผู้สมัครมีจุดยืนที่ตอบสนองต่ออุดมการณ์ทางการเมือง" ของตนต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นฝั่งซ้ายที่ต้องการขยายสวัสดิการรัฐ หรือฝั่งขวาที่ต้องการปกป้องวาระอนุรักษนิยม
เมื่ออัตลักษณ์ทางกายภาพไม่ได้เป็นตัวกำหนดนโยบาย ความขัดแย้งทางการเมืองของสหรัฐฯ จึงไม่ได้หายไปไหน แค่ย้ายจากเรื่องทางกายภาพ เข้าไปสู่การฟาดฟันกันที่อุดมการณ์และจุดยืนที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
🔵 [ความหลากหลายที่แท้จริง: อยู่ที่โฉมหน้า หรือ อุดมการณ์?]
การที่โฉมหน้าของนักการเมืองมีความหลากหลายมากขึ้นในสภา... คุณมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นที่จะทำให้เกิดนโยบายที่เข้าใจคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง หรือสุดท้ายแล้ว อัตลักษณ์ของผู้แทนก็ไม่มีความหมาย หากอุดมการณ์ของพรรคการเมืองยังคงปฏิเสธที่จะประนีประนอมกัน?