เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : ระทึกยิ่งกว่าหนัง! สหรัฐฯ รวบสปายจีน ซุ่มสะกดรอย "ลูกชายผู้นำไต้หวัน" ถึงหน้าบ้าน

06 ต.ค. 2569 | NATESAIY

STORY : ระทึกยิ่งกว่าหนัง! สหรัฐฯ รวบสปายจีน ซุ่มสะกดรอย "ลูกชายผู้นำไต้หวัน" ถึงหน้าบ้าน

ปฏิบัติการจารกรรมที่ยิ่งกว่าหนังฮอลลีวูดถูกเปิดโปง! เมื่อเอกสารลับของ FBI แฉว่า รัฐบาลจีนใช้หญิงชาวจีนสัญชาติอเมริกันในแคลิฟอร์เนีย ทำหน้าที่เป็น "สปาย" คอยสะกดรอยตามติดชีวิตลูกชายของประธานาธิบดีไต้หวันและครอบครัว เพื่อหวังนำข้อมูลไปใช้เป็น "ข้อต่อรอง" หากเกิดความขัดแย้งในอนาคต

คดีสะเทือนวงการความมั่นคงนี้แดงขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่สำนักงานสืบสวนสอบสวนกลาง (FBI) ได้เข้าจับกุม "ว่านอิ่ง ฮีทเธอร์ จาง" วัย 34 ปี หญิงชาวจีนที่อาศัยอยู่ในเมืองเออร์ไวน์ (Irvine) รัฐแคลิฟอร์เนีย จนได้สัญชาติอเมริกัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา 

จางถูกควบคุมตัวทันทีหลังเดินทางไปยังเมืองซีแอตเทิล ในข้อหาหนักฐานทำหน้าที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลจีนโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียน และติดตามความเคลื่อนไหวของญาติใกล้ชิดเจ้าหน้าที่รัฐบาลไต้หวัน ซึ่งทาง FBI ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ยืนยันชัดเจนว่า เป้าหมายที่เธอรับงานมาสอดแนมนั้นคือ ลูกชายแท้ๆ ของ ประธานาธิบดีไล่ ชิง เต๋อ แห่งไต้หวัน พร้อมด้วยครอบครัวของเขา

 

🔵 [ปฏิบัติการสะกดรอย และหลักฐานมัดตัวจากวงจรปิด]


ในเอกสารการจับกุมระบุว่า จางได้รับคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ทางการจีน ให้รวบรวมข้อมูลและถ่ายภาพบุคคลที่ถูกระบุว่าเป็นญาติของบุคคลสำคัญ (ไม่มีการระบุชื่อในเอกสาร)

เควิน โฮลต์ เจ้าหน้าที่พิเศษของ FBI ได้เปิดเผยข้อมูลว่า จางและบุคคลที่ถูกระบุชื่อในเอกสารว่า "บุคคลที่ 1" (Individual 1) ได้เดินทางโดยเครื่องบินจากลาส เวกัส ไปยังซีแอตเทิล เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2025 และเดินทางไปยังบ้านของญาติคนหนึ่ง หลักฐานชิ้นสำคัญคือภาพจากกล้องวงจรปิดของเพื่อนบ้าน ที่เผยให้เห็นจางและบุคคลที่ 1 นั่งรออยู่ภายในรถ SUV สีดำที่เช่ามา บริเวณด้านหน้าบ้านของเป้าหมาย

เมื่อเป้าหมายและครอบครัวเดินทางกลับถึงบ้าน จางและบุคคลที่ 1 ก็ "รีบลุกขึ้นนั่งภายในรถ หยิบสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นโทรศัพท์มือถือออกมา ก่อนจะชูโทรศัพท์ขึ้นในลักษณะที่บ่งบอกว่าพวกเขากำลังถ่ายภาพนิ่ง และ/หรือถ่ายวิดีโอครอบครัวนั้นอยู่"
 


🔵 [เป้าหมายแอบแฝง: หวังสร้าง "อำนาจต่อรอง" เหนือผู้นำไต้หวัน]


ในเอกสารระบุถึงเหตุผลเบื้องหลังไว้อย่างชัดเจนว่า ข้อมูลสถานที่ และภาพถ่ายของญาติใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลไต้หวัน รวมถึงภาพถ่ายบ้านและรถยนต์ของบุคคลเหล่านั้น อาจเป็นประโยชน์ต่อสาธารณรัฐประชาชนจีน หากรัฐบาลจีน "ต้องการสร้างอำนาจต่อรองเหนือประธานาธิบดีไต้หวัน ในระหว่างสถานการณ์ความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น"

ด้าน บิล เอสเซลี ผู้ช่วยอัยการสูงสุดสหรัฐฯ ประจำเขตกลางของรัฐแคลิฟอร์เนีย ระบุผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า จาง "ได้ประสานงานเรื่องการเดินทางร่วมกับผู้ร่วมขบวนการและใช้วิธีการหลบเลี่ยงการตรวจจับ อีกทั้งยังไม่เคยแจ้งให้อัยการสูงสุดทราบว่ากำลังปฏิบัติหน้าที่ในนามของรัฐบาลต่างชาติ ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมายของรัฐบาลกลาง"

เอสเซลี ระบุด้วยว่า จางจะต้องเดินทางไปขึ้นศาลรัฐบาลกลาง ในนครลอส แอนเจลิส ในวันจันทร์ (5 ตุลาคม) เพื่อรับฟังข้อกล่าวหาในเบื้องต้น ทั้งนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าจางมีทนายความหรือไม่ ด้านสำนักข่าว CNN ได้ติดต่อไปยัง FBI, กระทรวงยุติธรรม และสถานเอกอัครราชทูตจีน เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม แต่ขณะนี้จีนกำลังอยู่ในช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวันชาติ ซึ่งหน่วยงานราชการต่างๆ จะปิดทำการ

🔵 [ปมขัดแย้งฝังลึก และแรงกดดันมหาศาลต่อ "ไล่ ชิง เต๋อ"]


ขณะที่ความเคลื่อนไหวจากฝั่งไต้หวัน แคเรน กั๊วะ โฆษกประจำทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน ได้ประณามพฤติกรรมที่ถูกกล่าวหาของจาง โดยระบุว่าเป็นกรณีของ "การปราบปรามข้ามชาติในรูปแบบคลาสสิก"

การตกเป็นเป้าหมายของครอบครัวประธานาธิบดีไต้หวันในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันมหาศาลที่ ไล่ ชิง เต๋อ ต้องเผชิญจากการที่เขาสนับสนุนอธิปไตยของไต้หวัน ซึ่งเป็นดินแดนที่ปกครองตนเองในระบอบประชาธิปไตย และมีประชากรราว 24 ล้านคน

ที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์จีนซึ่งกุมอำนาจสูงสุด ถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนของจีน แม้ว่าจะไม่เคยเข้าปกครองไต้หวันมาก่อนก็ตาม และพรรคฯ ได้ประกาศเจตนารมณ์มาอย่างยาวนานที่จะ "รวม" เกาะแห่งนี้เข้ากับแผ่นดินใหญ่ของจีน โดยพร้อมจะใช้กำลังทหารหากมีความจำเป็น ทั้งรัฐบาลและสื่อของทางการจีนต่างวิพากษ์วิจารณ์เขาอยู่เสมอ โดยตราหน้าว่าเป็นนักแบ่งแยกดินแดนที่เป็นอันตราย เป็น "ตัวปัญหา" และ "ผู้ก่อสงคราม" ทั้งยังปฏิเสธข้อเสนอของเขาที่ต้องการให้มีการเจรจากันอยู่หลายครั้ง

ภายใต้นโยบาย "จีนเดียว" ที่ยึดถือมาอย่างยาวนาน สหรัฐฯ รับทราบจุดยืนของจีนที่มองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน แต่ไม่เคยรับรองอย่างเป็นทางการต่อข้ออ้างของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่มีต่อเกาะซึ่งปกครองตนเองแห่งนี้

💬 การส่งสายลับไปคุกคามและสะกดรอยครอบครัวของผู้นำประเทศคู่ขัดแย้งถึงในแผ่นดินสหรัฐฯ ถือเป็นการยกระดับสงครามข่าวกรองที่ล้ำเส้นเกินไปหรือไม่? และคุณคิดว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่าง สหรัฐฯ-จีน-ไต้หวัน ที่ตึงเครียดอยู่แล้วอย่างไร?

ข่าวล่าสุด