ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2564

"บิ๊กตู่" ปรี๊ดแตก!! ฉุนฝ่ายค้านไล่เหมือนหมูเหมือนหมา อดทนมาทั้งวันบ่นยาวต้องแจงแต่เรื่องซ้ำซาก

2.36K 0
บิ๊กตู่ ปรี๊ดแตก!! ฉุนฝ่ายค้านไล่เหมือนหมูเหมือนหมา อดทนมาทั้งวันบ่นยาวต้องแจงแต่เรื่องซ้ำซาก

"บิ๊กตู่"ปรี๊ดแตกฉุนฝ่ายค้านไล่เหมือนหมูเหมือนหมา อดทนมาทั้งวันบ่นยาวต้องแจงแต่เรื่องซ้ำซาก ทวงมิ.ย. วัคซีนมาครบย้อนใครบอกจะลาออก โวหลัง 7 ปีหนี้สาธารณะเพิ่มแค่ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ท้าฝ่ายค้านเอาผลงานมาเทียบกัน มึน! เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย หลังส.ส.นำผู้ต้องหามาแถลงข่าวสู้คดีที่สภา

วันนี้ (9 มิ.ย. ) เวลา 19.05 น. ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นชี้แจงต่อที่ประชุมสภา ว่า ตนได้ติดตามการอภิปรายมาตั้งแต่เช้า เนื่องจากตนมีภารกิจสำคัญที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งตนเป็นนายกฯ ต้องทำหลายงาน บางงานมีการบริหาร มีคณะทำงานทำอยู่แล้ว ตนต้องตัดสินใจหลายเรื่องด้วยกันตั้งแต่ช่วงเช้า และในช่วงเย็นยังได้ประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ตนแต่งชุดขาวเข้ามาสภาเมื่อสักครู่นี้ ตนให้ความสำคัญกับสภา ให้เกียรติท่านเสมอ และทุกคนต้องรู้ว่าการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ตนฟังมาตั้งแต่เมื่อเช้ารู้สึกสะท้อนใจการใช้คำพูดใช้วาจา ขอบ่นเสียหน่อย ควรจะเกิดขึ้นในสภาหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการฉีกกระดาษ ฉีกร่าง พ.ร.ก. ตนว่าควรไปทำข้างล่าง มันไม่สมควร ตนไม่เคยเห็น ที่ผ่านมามันดีขึ้นหรือแย่ลงตนก็ไม่รู้ แต่ตนก็เคารพอยู่ดี

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ตนได้กลับมาตอบคำถามเดิม ข้อมูลเก่า ไม่ว่าจะเป็นร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 หรือร่าง พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้าน แล้วเดี๋ยวก็จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็เป็นข้อมูลเหมือนเดิม ชี้แจงไปแล้วก็ไม่ฟัง ดังนั้นขอชี้แจงไปยังประชาชนขอให้ติดตามด้วย ว่าอะไรที่ตอบไปแล้วและอะไรที่ ส.ส.บางคนพูดออกมาเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ขออย่าดูถูกประชาชน วันนี้เขารับรู้รับทราบพอสมควรแล้ว จากอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในกรณีโรคระบาดที่พูดมาว่ามีระยะ 1 ระยะ 2 ระยะ 3 ตนขอถามว่าวันนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดจะจบเมื่อไร จะจบได้ไหม ก็ไม่มีใครสามารถตอบได้ ซึ่งรัฐบาลก็ต้องเตรียมความพร้อม งบประมาณภาครัฐมีไหม การจัดเก็บรายได้ของภาครัฐพอหรือไม่ ก็ไม่พอ การบริหารในงบเงินกู้ 1 ล้านล้าน ถ้าใครเคยเป็นรัฐบาลก็จะรู้ว่ายากง่ายแค่ไหน การที่จะเบิกจ่ายตามที่สมาชิกพูดก็ทำไปแล้ว พยายามเร่งอย่างเต็มที่ ไม่ใช่อนุมัติเข้า ครม.แล้ววันรุ่งขึ้น จะเบิกแล้วมะรืนจ่าย เป็นไปไม่ได้ ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างอีกเท่าไร ไม่เคยทำหรืออย่างไร แสดงว่าแต่ก่อนไม่ต้องทำ ถึงได้รวดเร็ว วันนี้ตนต้องพูดลักษณะนี้บ้าง ว่ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไรด้วยความไม่ละเอียดรอบคอบ ต้องประชุมกันหลายหน่วยงาน เมื่อประชุมทบทวนก็หาว่าช้า ไม่ทบทวนก็บอกว่าทุจริต ขอให้ไปว่ากันในกระบวนการยุติธรรม

"โชคดีที่ในสภามีเอกสิทธิ์คุ้มครอง แต่ถ้าพูดข้างนอกคงมีปัญหา ไอ้พวกที่ชอบพูดข้างนอกระวังด้วยแล้วกัน ผมเอาข้อเท็จจริงมาสู้ ไม่ได้เอาเรื่องบิดเบือนโกหกมาสู้ ผมพูดไม่ได้ เป็นคนหนึ่งที่ถวายสัตย์ปฏิญาณ และผมจะเป็นคนที่ไม่พูดโกหก เป็นคนซื่อสัตย์ สุจริต จงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นั่นคือผม" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในเรื่องของจีดีพีก็หดลงทุกประเทศ เรากำลังสร้างเศรษฐกิจใหม่ เพื่อให้มีรายได้ในอนาคต ถามว่ารู้จักอนาคตหรือไม่ เคยทำบ้างหรือไม่อนาคต รัฐบาลที่ผ่านมาท่านก็อยู่ในรัฐบาล ทำบ้างหรือไม่ ทำแบบวันนี้ ทั้งถนนหนทางการลงทุน อีอีซี โครงสร้างพื้นฐาน ระบบดิจิทัล ทุกอย่างทำมา 5 ปี บวก 2 ปี ตนจำได้เหมือนกันว่าเข้ามาต้องเจออะไรบ้าง ซึ่งตนไม่จำเป็นต้องมาพูดทั้งหมด เพราะรู้แน่แก่ใจกันทั้งหมด ยืนยันว่างบสาธารณสุขไม่เคยไปตัด แต่การจัดซื้อต่างๆ ต้องเป็นไปตามกระบวนการ หรือสมัยรัฐบาลท่านไม่มีก็ไม่รู้เหมือนกันในเรื่องของกระบวนการตรวจสอบ ซึ่งก็พูดแต่ว่ารัฐบาลนี้ไม่มีการตรวจสอบ ทำไมจะไม่มี ตนไม่ถูก ป.ป.ช., ส.ต.ง.หรือหน่วยงานใด ตรวจสอบมาบ้างหรืออย่างไร ซึ่งตนก็ได้ชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว เว้นแต่บางคนที่ชี้แจงไม่ได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าพยายามทำทุกมิติในการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งต้องดูว่ามีกี่คน กี่กลุ่ม กี่พวก วันนี้ในเรื่องการจ้างงานก็มีมาตรา 33 มีกระทรวงแรงงานเข้าไปดู เคยคุยกับสมาคมแรงงานหรืไม่ ซึ่งตนต้องทำงานกับเขา การช่วยเหลือจากกองทุนประกันสังคม ก็เป็นรัฐบาลที่เข้าไปช่วยเหลือ กองทุนต่างๆ ก็พร้อมที่จะเข้ามาช่วยเหลือรัฐบาล เพราะรู้ว่ารัฐบาลหนักพออยู่แล้ว แต่มีหลายคนที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่นี่แหล่ะ พูดกลับไปกลับมาจนสับสนอลหม่านไปหมด ตนไม่อยู่ก็บอกว่าไม่ฟัง แต่เวลาตนพุดท่านก็ไม่อยู่ พูดแล้วพูดอีกคำเดิม เช่น การเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะ แล้วตนขอถามว่าเงินกู้ 5 แสนล้านบาทกู้ทีเดียวหรือไม่ เป็นการทยอยกู้ใช่หรือไม่ ตนก็ไม่โง่กู้ถึง 60 % ให้มันผิดกฎหมาย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องงบประมาณวัคซีนไม่ต้องกลัว ไม่ว่าจะตั้งงบไว้ตรงไหน รัฐบาลหาให้ได้เสมอ ตนขอยืนยันและท่านเป็นคนบอกเองว่าคราวที่แล้ว งบประมาณ 100 % ในส่วน 80 % นั้นให้งบบุคลากรที่เหลือ 20 % พอ แล้ววันนี้กลับมาพูดให้เอาไปดูแลหลายส่วน แล้วงบประมาณพอหรือไม่ ตนจำเป็นต้องพูดบ้างเพราะฟังท่านถล่มมาตั้งแต่เช้าแล้ว แต่ท่านก็ไม่เคยฟังตน การที่บอกว่าเอาแต่เงิน อีกทางก็บอกกู้ไม่ได้ ภาษีก็บอกไม่ให้เก็บมันย้อนแย้งไปหมด ใครก็ทำไม่ได้ ถ้าท่านทำได้ก็เข้ามาเป็นรัฐบาลได้และทำไป ทั้งนี้ตนให้ความสำคัญกับโรงพยาบาลที่จัดเตรียมไว้สำหรับดูแลโรคปกติ แล้ววันนี้เราป่วยเท่าไร โรคนี้เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยและในโลกหรือไม่ ตนเห็นผู้นำทุกประเทศโดนหมด แต่ไม่เคยเห็นใครชิงชังรังเกียจเท่ากับประเทศไทย

ผู้ข่าวรายงานว่าระหว่างที่พล.อ.ประยุทธ์ กำลังชี้แจง ทำให้นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงนายกฯว่าทำผิดข้อบังคับการประชุมข้อที่ 69 ไม่ได้เป็นการตอบคำถามเพื่อชี้แจง แต่กิริยาวาจาไม่ให้เกียรติผู้อภิปราย ขอให้ประธานที่ประชุมได้เตือน เพื่อเปลี่ยนกิริยาการตอบคำถามให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมของสภาฯด้วย ที่นี่สภาฯ ไม่ใช่ ครม. และพฤติกรรมข่มขู่ผู้อภิปราย

จากนั้นนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุมได้วินิจฉัยว่า ตนฟังนายกฯชี้แจงตลอด เราก็รู้ลักษณะบุคลิกท่าทางการพูดจาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จะให้นายกฯพูดเหมือนนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ก็ไม่ได้ ดังนั้นเราต้องเข้าใจบุคลิกแต่ละคน ที่สำคัญตนฟังมาตลอดตั้งแต่เช้าที่มีส.ส.อภิปรายพูดถึงนายกฯหนักกว่านี้หลายเท่า แต่ประธานก็ปล่อยให้พูดเต็มที่ ตอนนี้นายกฯชี้แจงก็ไม่ได้ผิดข้อบังคับข้อไหน

ต่อมาพล.อ.ประยุทธ์ ได้ลุกขึ้นกล่าวว่า "อะไรที่มันไม่ดีก็ขอโทษด้วยแล้วกัน ผมขอโทษ ผมก็ขอเอาอีกหน่อยนะ เพราะเมื่อเช้าท่านก็ไล่ผมเหมือนหมูเหมือนหมา การรู้จักจะให้คนให้เกียรติก็ต้องรู้จักให้เกียรติคนอื่นเขาบ้าง"

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ ต่อว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่ออกมา ตนก็ย้ำว่าให้ถึงประชาชนผู้มีรายได้น้อยใช้บรรทัดฐานรายได้เป็นตัวกำหนด เพื่อไม่ต้องการให้เกิดการทุจริต ตนถามว่าท่านเคยทำแบบนี้หรือไม่ ก็ไม่เคย มีแต่แจกๆ ซึ่งตนก็ไม่ได้ว่าใคร และย้ำอีกครั้งว่าเรื่องวัคซีนมีการเตรียมการไว้แล้ว 65 ล้านโดส รองรับสถานการณ์ระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ที่สามารถควบคุมได้ และมีการติดต่ออีก 100 150 ล้านโดส อย่าตามจับต้องเฉพาะเรื่องเก่า ที่ว่าดูทีวีดูข่าวดูตรงไหน วัคซีนที่เรานำเข้า เขายืนยันว่ามีประสิทธิผล และมีการฉีดหลายล้านโดสทั่วโลก จะยี่ห้ออะไรก็ไม่สำคัญ ถ้ารัฐบาลโดย อ.ย. และกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับรองมาตรฐาน รวมทั้งดูการรับรองจากต่างประเทศ แล้ววันนี้วัคซีนที่เป็นทางเลือกต่างประเทศก็เริ่มจะไม่เอา ก็แล้วแต่เขาที่จะบิดไปบิดมา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ถึงแม้ว่ายอดติดเชื้อในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้น ถ้าตนปิดประเทศก็โดนด่าประชาชนเรียกร้อง แต่ถ้าตนเปิดประเทศก็โดนด่าอยู่ดี ประชาชนก็อยากกลับบ้าน เมื่อเกิดปัญหาก็ต้องแก้ มาย้อนกลับไปเพื่ออะไร ต้องช่วยกันแก้ปัญหาให้ตน ใครติดต่อบริษัทวัคซีนได้บ้างให้บอกตน ตนให้ อ.ย.รับรองทุกวัน ซึ่งก็มีแต่นายหน้า ไม่มีหลักฐานอะไรสักอย่าง ดังนั้นตนต้องเชื่อข้อมูลกระทรวงสาธารณสุข วันหน้าจะเกิดวัคซีนปลอมหรือไม่ก็ไม่รู้ ต้องมีบาลานซ์ในการเช็ค และวันนี้ก็มีการปลดล็อก อปท. ให้ซื้อวัคซีน แต่จะซื้อได้หรือไม่ ซื้อจากบริษัทไหน เพราะขณะนี้เขามาขึ้นทะเบียนกับรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นซิโนฟาร์ม ซิโนแวค ซึ่งไม่ใช่เวลาจะมาเอาหน้าตากันตอนนี้ ต้องเอาข้อเท็จจริงมาพูดบ้าง ทั้งนี้ตนไม่สบายใจที่มียอดผู้ติดเชื้อสูงขึ้น 1.8 แสนคน เคยดูว่ากลับบ้านเท่าไรหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่ออีกว่า ในการกระจายวัคซีนต้องมีแผน แต่ทุกจังหวัดต้องได้รับวัคซีนมากหรือน้อยตามสัดส่วนประชากร หากพื้นที่ใดเป็นจังหวัดสีแดงก็ให้เพิ่มเข้าไปอีก และการจะเปิดประเทศต้องฉีดวัคซีนให้ได้ 60 % และตั้งหลักจะเปิดในเดือน ก.ค. วันนี้รัฐบาลวางหลายอย่างที่จะเดินหน้าอนาคต ที่ผ่านมามีการวางอนาคตแต่ไม่เห็นอนาคต ทุกอย่างสามารถวัดผล ตรวจสอบได้ อย่าเอาวัคซีนเป็นเรื่องของการเมือง ตนไม่เคยมองการเมืองในการทำงาน ให้เกียรติการเมืองเพราะเป็นระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนยอมรับ แต่บางครั้งการทำการเมืองอย่างเดียวมากประเทศก็ไปไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนช่องทางโคแวกซ์ที่ยังไม่มีการแจกจ่ายวัคซีนเพราะยังตกลงกันไม่ได้ ต้องเอาเงินไปมัดจำ ราคากำหนดเองก็ไม่ได้ เพราะคาดหวังว่าจะได้ช่องทางต่อจากนี้มา และตอนนี้ก็มาแล้ว ใครบอกว่ามิ.ย.ไม่มา ใครที่พูดว่าจะลาออก พอมาแล้วทำไมไม่ออก ทั้งนี้ยืนยันว่าเตรียมวัคซีนไว้หลายยี่ห้อ สำคัญว่าตัวแทนบริษัทประเทศไทยมีหรือไม่ ถ้ามาติดต่อจะขึ้นทะเบียนให้เลย ขอให้ทำสัญญาให้ได้ก็แล้วกัน จะถ่วงไว้ทำไม จะได้คะแนนเสียงตรงไหน การเก็บวัคซีนไว้ตนไม่เคยเอาชีวิตคนมาเป็นของเล่น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องหนี้สาธารณะอย่าทำให้ประชาชนตื่นตระหนัก ตนใช้ระมัดระวังอย่างที่สุด หนี้สาธารณะจะ 40 หรือ 50 % ตนเข้ามาในปี 2557 หนี้สาธารณะ 40 กว่าเปอร์เซ็นต์ ตนไม่ใช่คนกู้มา ตนทำเพิ่มขึ้นมา 10 กว่าเปอร์เซ็น แต่เม็ดงานเพิ่มขึ้นมาเท่าไรขอให้มองตรงนี้ เอามาเทียบกันเลย ขอให้เอาผลงานของท่านมาเปรียบเทียบกันเลย ขอให้เข้าใจว่าตนก็มีชีวิตจิตใจ ถึงจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ตาม ตนก็ทนอย่างถึงที่สุด ทุกคนรู้นิสัยว่าตนเคารพให้เกียรติท่าน แต่ท่านก็ต้องรู้จักการให้เกียรติคนอื่นบ้าง เมื่อเช้าที่อยู่ในห้องนี้ก็มีด่านายกรัฐมนตรี ไล่ให้ลาออกไป ซึ่งมันใช่เวทีหรือไม่ตนก็ไม่รู้ และไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้บ้างในรัฐสภา

"เมื่อกี้ก็ไปแถลงข่าวกันข้างล่าง เอาผู้ต้องหามาแถลงข่าวสู้คดี ข้างล่างใต้ตึกสภา อะไรเกิดขึ้นในประเทศไทยก็ไม่รู้ ประธานดูแลไม่ไหวหรอกทุกคนต้องช่วยกัน"นายกรัฐมนตรี กล่าว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend