ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2564

เปิดคำร้องฝากขัง "ลุงพล" ซุกซ่อนทอดทิ้ง "น้องชมพู่" จนตาย

50.76K 0
เปิดคำร้องฝากขัง ลุงพล ซุกซ่อนทอดทิ้ง น้องชมพู่ จนตาย

ดูกันชัดๆ คำร้องฝากขังคดีการตายน้องชมพู่ ระบุพฤติการณ์อย่างละเอียด พบ "ลุงพล" ซุกซ่อนและทอดทิ้งน้องชมพู่ถึง 2 ครั้ง ส่งผลให้เด็กถึงแก่ความตายในที่สุด พร้อมจัดฉากแก้ผ้า และหั่นเส้นผมเหยื่อ หวังเบี่ยงประเด็น

ที่ศาลจังหวัดมุกดาหาร นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ผู้ต้องหาคดีการตายน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ถูกนำตัวมาฝากขังต่อศาล ในความผิด 3 ข้อหา คือ ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาโดยปราศจากเหตุอันสมควร ,ทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกินเก้าปีเพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตนโดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแลเป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตายและกระทำการใด ๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป

คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์ สรุปว่า เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 63 ช่วงเวลา 9.00-9.45 น.ผู้ต้องหาได้พาตัวเด็กหญิงอรวรรณ หรือน้องชมพูวงศ์ศรีชาอายุ 3 ปี2เดือนซึ่งเป็นลูกสาวของนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา มารดาและนายอนามัย วงศ์ศรีชาบิดาไปในขณะเล่นอยู่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 73หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ. มุกดาหารของตนติดกับบ้านเลขที่ 73 หมู่ 2ต.กกตูม อ. ดงหลวงจ. มุกดาหาร โดยปราศจากเหตุอันสมควรจากนั้นได้นำตัวเด็กหญิงอรวรรณหรือน้องชมพู่ ไปซุกซ่อนและทอดทิ้งไว้ที่บริเวณป่าท้ายหมู่บ้านอยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวงจ.มุกดาหารทางขึ้นเขาภูเหล็กไฟเพียงลำพังโดยปราศจากผู้ดูแล แล้วไปทำธุระรับส่งพระหลังเกิดเหตุชาวบ้านได้ช่วยกันออกติดตามหาตัวเด็กหญิงอรวรรณหรือน้องชมพู่ แต่ไม่พบตัวภายหลังเมื่อผู้ต้องหาเสร็จธุระส่งพระจึงย้อนกลับมานำตัวเด็กหญิงอรวรรณหรือน้องชมพู่

ซึ่งยังไม่เสียชีวิตและพยายามเดินหาทางกลับบ้านขึ้นไปซุกซ่อนและปล่อยทอดทิ้งไว้บนเขาภูเหล็กไฟเพียงลำพังอีกครั้งให้พ้นไปเสียจากตนโดยปราศจากผู้ดูแลเป็นเหตุให้เด็กหญิงอรวรรณซึ่งไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เพราะเป็นเด็กมีอายุเพียง 3ปี2เดือนไม่สามารถออกจากบริเวณเขาภูเหล็กไฟที่ถูกปล่อยทอดทิ้งไว้ได้จนกระทั่งหมดแรงและเสียชีวิตบนเขาภูเหล็กไฟในเวลาต่อมาจากนั้นผู้ต้องหาได้เข้าไปกระทำการแก่ศพของเด็กหญิงอรวรรณฯ และสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพโดยถอดเสื้อผ้าจัดท่าทางของศพเพื่อให้เข้าใจว่ามีการประทุษร้ายทางเพศต่อเด็กหญิงอรวรรณ และใช้ของแข็งมีคมตัดสับฟันไปที่เส้นผมของเด็กหญิงอรวรรณ เพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อทางไสยศาสตร์อันเป็นการกระทำการแก่ศพและสภาพแวดล้อมบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไปโดยได้พบศพเด็กหญิงอรวรรณฯ นอนเสียชีวิตอยู่บนเขาภูเหล็กไฟชั้นที่ 5 ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของหมู่บ้านกกกอกไปประมาณ 1.3กิโลเมตรในวันที่ 14 พ.ค.63 เวลาประมาณ 19.00 น. ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหารลงวันที่ 1 มิ.ย.64 นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาและพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดให้ผู้ต้องหาทราบในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 306 มาตรา 308 และมาตรา 317 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 150 ทวิมีอายุความดำเนินคดี 15 ปี


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend