ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ผบช.น. ระบุจับผู้ชุมนุมก่อเหตุหน้าศาลอาญา 4 คน พบเป็นผู้ที่เคยก่อเหตุมาแล้ว

369 0
ผบช.น. ระบุจับผู้ชุมนุมก่อเหตุหน้าศาลอาญา 4 คน พบเป็นผู้ที่เคยก่อเหตุมาแล้ว

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุจับผู้ชุมนุมที่ก่อเหตุวุ่นวายหน้าศาลอาญาได้ 4 คน และพบเป็นผู้ที่เคยก่อเหตุมาแล้ว เตือนผู้ชุมนุมระวังติดโควิด-19 จากการรวมตัว

พลตำรวจโทภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมรีเด็ม รวมตัวชัมนุมกันที่บริเวณหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อช่วงเย็นถึงกลางดึกที่ผ่านมาจนมีเหตุความวุ่นวายเกิดขึ้น โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากการรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในเวลาประมาณ 15 นาฬิกา ก่อนที่จะเคลื่อนตัวไปที่ศาลอาญา เพื่อรวมตัวกันปราศรัยโจมตีการทำงานของผู้พิพากษาของศาลอาญา รวมทั้งมีการขว้างปาสิ่งของเข้าไปภายในศาล จนกระทั่งเวลาประมาณ 18 นาฬิกา 30 นาที กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศยุติการชุมนุม แต่ยังมีมวลชนอีกกลุ่มที่ยังคงรวมตัวและขว้างปาสิ่งของเข้าไปภายในศาล และเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มรุนแรงมากขึ้น ตำรวจจึงตัดสินใจใช้กำลังตำรวจควบคุมฝูงชนเข้าไปควบคุมสถานการณ์ แต่ยังมีการขัดขวางเจ้าหน้าที่โดยใช้ระเบิดปิงปอง พลุ หัวน๊อต ขวางปาเข้ามาที่เจ้าหน้าที่อยู่เป็นระยะ ตำรวจจึงต้องใช้อาวุธควบคุมฝูงชนที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ และสามารถจับกลุามผู้ชุมนุมได้ 4 คน ส่วนตำรวจบาดเจ็บ 3 นาย

เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เป็นผู้ที่มีประวัติเคยชุมนุม และกระทำความผิดในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง และครั้งนี้ก็ถูกแจ้งข้อหาแตกต่างกันไป ทั้งฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ / พ.ร.บ.ควบคุมโรคฯ / มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวาย และขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนกรณีการทำให้เสียทรัพย์และละเมิดอำนาจศาล ทางผู้บริหารศาลอาญาอยู่ระหว่างพตรวจสอบความเสียหาย และจะร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน รวมทั้งยังอยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัวบุคคลรายอื่นๆ หากพบการกระทำความผิด ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


พลตำรวตโทภัคพงศ์ ยังระบุว่า การรวมตัวในลักษณะดังกล่าว นอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังอาจเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 อีกด้วย และที่ผ่านมาก็พบว่ามีผู้ติดเชื้อจากการรวมตัวในการชุมนุมมาแล้ว จึงขอเตือนให้ผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมควรระมัดระวังการติดเชื้อด้วย 

ส่วนการรายงานข้อมูลรับแจ้งผู้ป่วยโควิด-19 ผ่านสายด่วน 191 ระหว่างวันที่ 2-3 พฤษภาคม มีผู้โทรเข้ามา 116 สาย แบ่งเป็น ขอคำปรึกษา 92 สาย / ขอรถพยาบาล 25 สาย และได้ โรงพยาบาลรักษาแล้ว 8 ราย รอ รถมารับ 16 ราย และยังไม่ได้รับการติดต่อ 1 ราย และยังคงเปิดให้บริการต่อเนื่อง

นอกจากนั้น หลังจากที่สภากาชาดไทยขอรับบริจาคพลาสม่าของผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาหายแล้วเพื่อนำไปรักษาผู้ป่วยรายใหม่นั้น ขณะนี้ได้สอบถามความสมัครใจกับตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่รักษาตัวหายแล้ว 94 คน มีความประสงค์จะไปบริจาคพลาสม่ากับสภากาชาดไทย ส่วนตำรวจอีก 165 นาย ที่ยังรักษาตัวอยู่หากรักษาหายแล้ว ก็ยินดีที่จะไปบริจาคพลาสม่าหากร่างกายเป็นไปตามข้อกำหนดของสภากาชาดไทย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend