เนชั่นทีวี

Business

“เอกนัฏ” เซ็นตัด “ต้นทุนทิพย์” น้ำมันถาวร ! ลุ้นดีเซล B7 ลดราคาพรุ่งนี้

28 ต.ค. 2569 | thunchanok_kul

“เอกนัฏ” เซ็นตัด “ต้นทุนทิพย์” น้ำมันถาวร ! ลุ้นดีเซล B7 ลดราคาพรุ่งนี้

“รมว.พลังงาน” ลงนามคำสั่งตัด ”ต้นทุนทิพย์“ ออกจากโครงสร้างราคาน้ำมันแบบถาวร เซฟเงิน ปชช. 1 หมื่นล้านต่อปี มีผลพรุ่งนี้ ย้ำ เน้นแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ชี้ช่วงวิกฤตการอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปตามสิงคโปร์ไม่เป็นธรรม ยันพรุ่งนี้เห็นผล ลุ้นดีเซล B7 หน้าปั๊มทยอยปรับลด คาดลดต่อเนื่องได้ถึงหลัก “บาท”

“รมว.พลังงาน” ลงนามคำสั่งตัด ”ต้นทุนทิพย์“ ออกจากโครงสร้างราคาน้ำมันแบบถาวร เซฟเงิน ปชช. 1 หมื่นล้านต่อปี มีผลพรุ่งนี้ ย้ำ เน้นแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ชี้ช่วงวิกฤตการอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปตามสิงคโปร์ไม่เป็นธรรม ยันพรุ่งนี้เห็นผล ลุ้นดีเซล B7 หน้าปั๊มทยอยปรับลด คาดลดต่อเนื่องได้ถึงหลัก “บาท”

KEY

POINTS

  • เซ็นตัดต้นทุนทิพย์ถาวร: "เอกนัฏ" เซ็นถอดค่าขนส่ง-ประกันภัยทิพย์อิงสิงคโปร์ เซฟเงินประชาชนปีละเกือบ 1 หมื่นล้าน
  • ดีเซล B7 ทยอยลด 29 ต.ค.: ยืนยันราคาน้ำมันดีเซล B7 หน้าปั๊มเริ่มทยอยปรับลดลงพรุ่งนี้ คาดลดสะสมได้ถึงหลักบาท
  • ดึงส่วนเกินค่าการกลั่นอุดหนุน: นำผลประโยชน์ส่วนเกินค่าการกลั่นกว่า 3.3 หมื่นล้านมาช่วยลดราคาน้ำมันสะสมต่อเนื่อง

28 ตุลาคม 2569 เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ กระทรวงพลังงาน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงาน เปิดแถลงข่าวแนวทางปรับโครงสร้างและบริหารจัดการราคาน้ำมัน โดยยืนยันว่า รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่พึ่งพาเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น


นายเอกนัฏ กล่าวว่า ปัจจุบันแม้ประเทศไทยต้องนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 90% แต่โรงกลั่นภายในประเทศสามารถผลิตน้ำมันสำเร็จรูปได้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ จึงเห็นว่าการอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปจากตลาดสิงคโปร์ในช่วงวิกฤตพลังงานที่ผ่านมาไม่เป็นธรรม และจำเป็นต้องปรับกลไกราคาให้สะท้อนต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ภายหลังคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องพิจารณาโครงสร้างราคา พร้อมมอบหมายให้จัดทำหลักเกณฑ์ผ่านกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะนี้ได้ข้อสรุปและลงนามคำสั่งเพื่อถอดต้นทุนส่วนเกินดังกล่าวออกจากโครงสร้างราคาน้ำมันอย่างถาวร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. เป็นต้นไป


สำหรับต้นทุนที่ถูกเรียกว่า “ต้นทุนทิพย์” ประกอบด้วยค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ค่าสูญเสีย และค่าสำรองน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนที่ถูกนำมาคำนวณเสมือนการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์ ทั้งที่น้ำมันส่วนหนึ่งผลิตจากโรงกลั่นในประเทศ โดยใช้สูตรดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2547

 

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

นายเอกนัฏ ระบุว่า ต้นทุนส่วนนี้คิดเป็นมูลค่าประมาณ 30 ล้านบาทต่อวัน หรือเกือบ 10,000 ล้านบาทต่อปี และหากคำนวณสะสมนับตั้งแต่เริ่มใช้สูตรจนถึงปัจจุบัน มีมูลค่ารวมประมาณ 230,000 ล้านบาท การปรับโครงสร้างครั้งนี้จึงเป็นการตัดต้นทุนส่วนดังกล่าวออกอย่างถาวร ก่อนนำผลประหยัดที่เกิดขึ้นไปพิจารณาบริหารจัดการร่วมกับสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อช่วยลดภาระราคาน้ำมันให้ประชาชน


นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า นอกจากการปรับโครงสร้างต้นทุนแล้ว กระทรวงพลังงานยังใช้กลไกดึงผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นในช่วงวิกฤตพลังงาน มาช่วยลดราคาน้ำมัน โดยพิจารณาจากต้นทุนน้ำมันดิบ ค่าขนส่ง และค่าประกันภัยที่เพิ่มขึ้นจริง ก่อนคำนวณส่วนต่างของค่าการกลั่นเทียบกับระดับอ้างอิงในช่วงปกติ ซึ่งกำหนดไว้ที่ 2.42 บาทต่อลิตร


จากการดำเนินการตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงปัจจุบัน พบว่ามีผลประโยชน์ส่วนเกินจากค่าการกลั่นรวมกว่า 33,000 ล้านบาท โดยนำมาใช้เป็นส่วนลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น ตั้งแต่ 2-5 บาทต่อลิตร ตามผลการคำนวณในแต่ละรอบ คิดเป็นมูลค่าการลดราคาสะสมกว่า 31,000 ล้านบาทในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

 

“เอกนัฏ” เซ็นตัด “ต้นทุนทิพย์” น้ำมันถาวร ! ลุ้นดีเซล B7 ลดราคาพรุ่งนี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า กลไกทั้งการตัดต้นทุนทิพย์และการนำส่วนเกินจากค่าการกลั่นมาช่วยลดราคาน้ำมัน จะดำเนินการต่อเนื่อง ไม่จำกัดเฉพาะช่วงวิกฤต เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและลดภาระประชาชนในระยะยาว


ส่วนมาตรการด้านภาษี กระทรวงพลังงานได้ประสานกระทรวงการคลังพิจารณาปรับโครงสร้างภาษี โดยก่อนหน้านี้มีการประกาศลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20 และ B20 ควบคู่กับการปรับส่วนลดจากกองทุนน้ำมันฯ ส่งผลให้ราคาน้ำมันทั้งสองชนิดอยู่ที่ประมาณ 33.50 บาทต่อลิตร หรือต่ำกว่าน้ำมันพื้นฐานประมาณ 8-10 บาท มาตรการดังกล่าวช่วยทั้งผู้ใช้รถยนต์ รถบรรทุก ผู้ขับขี่ไรเดอร์ และภาคเกษตรกรรม ขณะเดียวกันยังสนับสนุนการใช้ผลผลิตทางการเกษตรในประเทศมาผลิตเชื้อเพลิง ลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ และสร้างประโยชน์กลับคืนสู่เกษตรกรไทย


ภายหลังลงนามคำสั่ง นายเอกนัฏ กล่าวถึงผลที่จะเกิดขึ้นว่า ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. เป็นต้นไป มีโอกาสที่ราคาน้ำมันดีเซล B7 หน้าปั๊มจะเริ่มทยอยปรับลดลง และอาจลดต่อเนื่องจนถึงระดับหลักบาท ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานะทางการเงินของกองทุน ซึ่งยังมีภาระหนี้ที่ต้องบริหารจัดการ


เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ดีเซล B7 จะลดราคาได้เกือบ 1 บาทหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า สามารถเริ่มนำเงินส่วนที่ประหยัดได้มาพิจารณาปรับลดราคาได้ตั้งแต่วันรุ่งขึ้น แต่ต้องคำนวณให้เหมาะสมกับภาระกองทุนและผลจากมาตรการลดราคาน้ำมัน E20 และ B20 ที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ โดยการปรับลดจะพิจารณาเป็นรอบตามจำนวนเงินที่สามารถนำมาใช้ได้จริง


เมื่อถามย้ำว่า ประชาชนจะเห็นราคาดีเซล B7 เริ่มลดลงในวันที่ 29 ต.ค. หรือไม่ นายเอกนัฏ ตอบว่า “ใช่ครับ” พร้อมระบุว่า จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ในช่วงเย็นก่อนประกาศมาตรการเพื่อให้มีผลในวันถัดไป


ส่วนการดูแลราคาน้ำมันเบนซินชนิดอื่น นายเอกนัฏ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้มุ่งลดเฉพาะดีเซล แต่จะพิจารณาจัดสรรผลประโยชน์ส่วนเกินตามความเหมาะสม โดยให้ความสำคัญกับน้ำมันที่ราคาปรับสูงขึ้นมากเกินไป เช่น การนำส่วนต่างจากดีเซลมาช่วยลดราคาดีเซล เพื่อให้เกิดผลกับผู้ใช้เชื้อเพลิงกลุ่มนั้นโดยตรง พร้อมพิจารณาช่วยเหลือน้ำมันชนิดอื่นตามความจำเป็น


สำหรับ E20 ปัจจุบันมีราคาประมาณ 33.50 บาทต่อลิตร ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดวิกฤต และต่ำกว่าดีเซล B7 ราว 8-10 บาทต่อลิตร โดยปริมาณการใช้ E20 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 6 ล้านลิตรต่อวัน จากเดิมที่เกือบเป็นศูนย์ ขณะที่ดีเซล B7 มีปริมาณการใช้ประมาณ 52 ล้านลิตรต่อวัน

 

“รัฐบาลจึงอยู่ระหว่างผลักดันให้ค่ายรถยนต์และสถานีบริการน้ำมันเพิ่มหัวจ่าย พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ใช้รถยนต์ จักรยานยนต์ รถกระบะ และภาคเกษตรกรรม หันมาใช้ E20 และ B20 มากขึ้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อไป”


นายเอกนัฏ ย้ำว่า การปรับโครงสร้างราคาน้ำมันครั้งนี้ไม่ใช่การแทรกแซงตลาด แต่เป็นการสร้างความเป็นธรรม โดยเปลี่ยนจากสูตรเดิมที่อ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์และบวกต้นทุนจำลอง มาใช้กลไกที่พิจารณาต้นทุนน้ำมันดิบที่นำเข้าจริง รวมถึงค่าขนส่งและค่าประกันภัยตามต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง พร้อมกำหนดค่าการกลั่นอ้างอิงที่เหมาะสม

 

“หากค่าการกลั่นเพิ่มสูงเกินระดับที่เหมาะสมจากความผันผวนของตลาด กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะใช้กลไกนำส่วนต่างดังกล่าวกลับมาช่วยลดหรือพยุงราคาน้ำมันหน้าปั๊ม เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน ไม่ให้ราคาน้ำมันในประเทศปรับสูงขึ้นตามตลาดต่างประเทศอย่างเต็มที่”


นายเอกนัฏ กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่เข้ามาบริหารงาน กระทรวงพลังงานติดตามและประชุมเพื่อบริหารจัดการค่าการตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นและการดูแลค่าการตลาดให้อยู่ในระดับเหมาะสม โดยต้องประสานการดำเนินงานกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดอัตราชดเชยหรืออุดหนุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์


ส่วนการหารือกับผู้ค้าน้ำมัน นายเอกนัฏ ยืนยันว่าได้แจ้งแนวทางและทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องแล้ว ขณะที่ร่างหลักเกณฑ์ที่จะนำมาใช้ผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดำเนินการเสร็จสิ้น โดยการปรับโครงสร้างราคาครั้งนี้จะมีผลตามคำสั่งที่ลงนามไว้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป

ข่าวล่าสุด